ปลัดทส.สั่งทบทวนการอนุญาตขึ้นบิน -ล้อมคอกทิ้งหมีตก ฮ. รักษาชีวิตคน

ปลัดทส.สั่งทบทวนการอนุญาตขึ้นบิน -ล้อมคอกทิ้งหมีตก ฮ. รักษาชีวิตคน

ปลัดทส.สั่งทบทวนการอนุญาตขึ้นบิน -ล้อมคอกทิ้งหมีตก ฮ. รักษาชีวิตคน

รูปข่าว : ปลัดทส.สั่งทบทวนการอนุญาตขึ้นบิน -ล้อมคอกทิ้งหมีตก ฮ. รักษาชีวิตคน

วิจารย์ สิมาฉายา ปลัดทส.สั่งทบทวนการอนุญาตให้ขึ้นบินของเฮลิคอปเตอร์ ในสังกัดทั้งหมด หลังเกิดอุบัติเหตุนักบินสละหมีควาย ตกกลางป่าเพื่อรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่ คาดผลสอบสรุปชัดสิ้นเดือนเม.ย.นี้ ด้านผอ.สำนัการบินฯยันเครื่องรับน้ำหนักได้ เหตุจากสภาพอากาศแปรปรวน

วันนี้(20 เม.ย.2560) นายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม หรือทส. แถลงข่าวกรณีหมีควาย น้ำหนัก 80 กิโลกรัม ตกลงจากเฮลิคอปเตอร์ ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ในระหว่างการเคลื่อนย้ายปล่อยคืนสู่ป่า จนกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช ได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งยังอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ โดยยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน 

นายวิจารย์ บอกว่า สาเหตุที่นักบินตัดสินใจปลดตะขอตาข่ายที่ห้อยหมีควาย เนื่องจากสภาพอากาศ ไม่เอื้ออำนวย โดยมีกระแสลมปะทะหน้าผา มากระทบกับเฮลิคอปเตอร์ ส่งผลให้เครื่องเกิดอากาศสั่นอย่างรุนแรงผิดปกติ ทำให้นักบิน ตัดสินใจสละหมีควาย เพื่อรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่ในภารกิจไว้ก่อน โดยยังต้องรอข้อสรุปจากกรมอุทยานฯ ที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่าสาเหตุเกิดจากความบกพร่องหรือเกิดจากเหตุสุดวิสัย โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าการนำเครื่องขึ้นบินในภารกิจนี้ มีการขออนุญาตมายังกระทรวงหรือไม่

 

 

เบื้องต้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานปลัด ที่รับผิดของสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการอนุญาตให้ขึ้นบินของเฮลิคอปเตอร์ จะทบทวนและปรับปรุงการอนุญาตขึ้นบินของเฮลิคอปเตอร์ใหม่ทั้งหมด หลังจากที่ผ่านมามีการปล่อยปละละเลยมานาน โดยต้องมีการขออนุญาตการขึ้นบินในทุกกรณี ส่วนกรณีพิเศษในการขนย้ายสัตว์ป่า จะมีการพิจารณาอนุญาตเป็นกรณีไปเพื่อควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย

นายวิจารย์ บอกว่า การขนย้ายหมีควาย มีความจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ เนื่องจากหมีควายมีลักษณะดุร้าย  ต้องปล่อยคืนในป่าลึกเท่านั้น และส่วนใหญ่ในผืนป่าไม่มีเส้นทางคมนาคมที่รถสามารถเข้าถึงได้ และไม่สามารถบ่อยตามแนวชายป่าได้ เพราะจะเป็นอันตรายต่อชุมชนที่อยู่รอบผืนป่า

 

 

ด้านนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ ผู้อำนวยการสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ยืนยันว่า เหตุ การณ์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักเฮลิคอปเตอร์เกิน เนื่องจากเฮลิคอปเตอร์บรรทุกคนมาเพียง 5 คน และหมีควาย 1 ตัว รวมน้ำหนักประมาณ 907 กิโลกรัม จากศักยภาพเฮลิคอปเตอร์รับได้ 2,250 กิโลกรัม จึงไม่น่าจะเกิดจากสาเหตุนี้ และที่สำคัญเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ เคยขนน้ำ เพื่อดับไฟป่ามาแล้ว ดังนั้น เหตุการณ์ครั้งนี้จึงน่าจะเกิดจากสภาพอากาศแปรปรวน ที่เป็นปัจจัยที่ทำให้นักบินตัดสินใจในลักษณะดังกล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ยังต้องรอความชัดเจน จากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมอุทยานฯอีกครั้งคาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในปล่ายเดือนเม.ย.นี้

ทั้งนี้ ลูกหมีควายตัวนี้ ได้ออกจากป่าลึกลงมากินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน เจ้าหน้าที่ดักจับ เมื่อวันที่ 30 พ.ย.2559 มาตรวจรักษาและทำการฟื้นฟูจนหาย พร้อมติดติดสัญญาณคอร่า หรือ สัญญาณติดตามดาวเทียมก่อนนำหกลับคืนผืนป่าเขาใหญ่ จนเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว

 

 

กลับขึ้นด้านบน