ศุลกากรหนองคาย รวบแก๊งค้า “น้ำอสุจิ” เตรียมข้ามไปลาว

ศุลกากรหนองคาย รวบแก๊งค้า “น้ำอสุจิ” เตรียมข้ามไปลาว

ศุลกากรหนองคาย รวบแก๊งค้า “น้ำอสุจิ” เตรียมข้ามไปลาว

รูปข่าว : ศุลกากรหนองคาย รวบแก๊งค้า “น้ำอสุจิ” เตรียมข้ามไปลาว

รวบแก๊งค้า " น้ำอสุจิ” คาด่านหนองคาย ขณะหิ้วถังไนโตรเจนใส่อสุจิ เตรียมออกไปลาว สารภาพรับจ้างจากคลินิกชื่อดังหลายแห่งในกทม. นำอสุจิ ไปเตรียมทำอุ้มบุญในคลินิกที่ฝั่งลาว ศุลกากร- แพทย์ ยันผิดกฎหมาย เร่งขยายผล

วันที่ (20 เม.ย.2560) ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว อ.เมืองหนองคาย แห่งที่ 1 นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย นพ.ชัชวาล ฤทธิ์ฐิติ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสอบสวนจับกุมนายนิธินนทน์ ศรีธานิยานันท์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ

พร้อมของกลางถังไนโตรเจน 1 ถัง ภายในบรรจุหลอดใส่น้ำอสุจิ 6 หลอด ของบุคคล 2 คน ที่อ้างว่าเป็นของคนสัญชาติจีน และเวียดนาม โดยมีเอกสารจากสถาบันการแพทย์มาแสดงด้วย แต่เนื่องจากการเป็นการกระทำตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 มาตรา 41 ห้ามมิให้ผู้ใดซื้อ เสนอซื้อ ขาย นำเข้า ส่งออก ซึ่งอสุจิ ไข่ หรือตัวอ่อน อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ พรบ.ศุลกากร ในการนำของต้องห้ามออกนอกราชอาณาจักร จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่าราคาของรวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

 

นายนิมิตร แสงอำไพ นายด่านศุลกากรหนองคาย กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้จับตาดูพฤติการณ์ของนายนิธินนทน์ อยู่นาน พบว่ามีการเข้าออกประเทศบ่อยครั้ง ทั้งที่ด่านอรัญ ประเทศ ไปกัมพูชา และด่านหนองคายไป สปป.ลาว ทุกครั้งจะสะพายกระเป๋าใบใหญ่ไปด้วย ซึ่งจากการข่าวแจ้งว่าภายในกระเป๋ามีถังไนโตรเจนบรรจุน้ำเชื้ออสุจิ ไข่ และตัวอ่อนแช่แข็ง อยู่ภายใน ในครั้งนี้นายนิธินนทน์ ได้เดินทางจากกรุงเทพฯ มายังสะพานมิตรภาพไทย –ลาว จ.หนองคาย เมื่อจะทำพิธีการผ่านแดน เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจ นายนิธินนทน์ยอมรับว่ากำลังจะนำน้ำเชื้ออสุจิ ไปยังคลินิกแห่งหนึ่งในนครเวียงจันทน์ จึงควบคุมตัวไว้และเชิญเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย มาร่วมตรวจสอบด้วย

เบื้องต้นนายนิธินนทน์ ให้การว่า ตนได้รับการว่าจ้างนายยู ลูกครึ่งไทยญี่ปุ่น ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง ให้มารับถังไนโตนเจนที่มีการบรรจุอสุจิ ไข่ และตัวอ่อนแช่แข็ง สลับสับเปลี่ยนกันไป ที่คลินิก 4 แห่งในกรุงเทพฯ (JETANIN, SUPERIOR A.R.T., First, I-BABY) แล้วนำข้ามไปยังนครเวียงจันทน์ สปป.ลาว ไปยังคลินิกแห่งหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา รวม 12 ครั้ง และยังได้นำไปยังกรุงพนมเปญ กัมพูชา ทางด่านอรัญประเทศ ไปโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และคลินิกไม่ทราบชื่อ ในปี 2559 รวม 13 ครั้งแต่ละครั้งจะได้ค่าจ้าง 5,000 บาท

นายนิมิต แสงอำไพ กล่าวว่า การซื้อขายอสุจิไข่หรือตัวอ่อนนั้น ผิดศีลธรรม ไม่อยากให้เกิดกระบวนการค้าขายหรือการทำอุ้มบุญในลักษณะเช่นนี้ และการจับกุมครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผ่านด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย – ลาว จ.หนองคาย

 

นพ.ชัชวาล ฤทธิ์ฐิติ  รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ในส่วนของการแพทย์จะต้องนำไปตรวจแล็บที่โรงพยาบาลหนองคาย ว่าเป็นอสุจิ หรือ ตัวอ่อน แต่สังเกตด้วยตาเชื่อว่าน่าจะเป็นน้ำอสุจิ เพื่อนำไปผสมกับไข่ โดยคาดว่าจะมีแพทย์คนไทยไปดำเนินการที่ต่างประเทศให้ และต้องตรวจสอบสถานบริการทั้งหมดว่ามีใบประกอบที่สามารถดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ ส่วนเรื่องคดีให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรเป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษเป็นหลัก สาธารณสุขทำได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น

กลับขึ้นด้านบน