แจ้งข้อหาซินแสโชกุนเพิ่ม - จับบริษัทอาหารเสริมจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

แจ้งข้อหาซินแสโชกุนเพิ่ม - จับบริษัทอาหารเสริมจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

แจ้งข้อหาซินแสโชกุนเพิ่ม - จับบริษัทอาหารเสริมจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

รูปข่าว : แจ้งข้อหาซินแสโชกุนเพิ่ม - จับบริษัทอาหารเสริมจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เผยเตรียมแจ้งข้อหาความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและฟอกเงินกับซินแสโชกุนและเครือข่ายเพิ่ม พร้อมสั่งตรวจสอบคดีย้อนหลัง 10 ปี เพื่อเร่งแกะรอยเส้นทางอายัดทรัพย์สิน หลังมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 400 คน

วันนี้ (24 เม.ย.2560) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีกับเครือข่าย น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ (ซินแสโชกุน) ผู้ต้องหาคดีจัดโปรโมชั่นขายตรงหลอกลวงว่าจะพาผู้ซื้อสินค้าไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่มีการดำเนินการจริงว่า ตำรวจเตรียมออกหมายจับเพิ่มอีก 2 ข้อหาคือ ความผิดตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน และความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค

พล.ต.ท.ฐิติราช สั่งให้พนักงานสอบสวนสอบย้อนหลังพฤติกรรมไปอีก 10 ปี หาความชัดเจนเรื่องจำนวนทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำผิด ส่วนกรณีของบุคคลที่มีชื่อเสียง เท่าที่มีการตรวจสอบจนถึงขณะนี้พบว่าส่วนใหญ่ถูกหลอกใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และยังไม่พบว่ามีผู้ใดเข้าไปมีส่วนร่วมในขบวนการนี้ ซึ่งในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะเสนอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 3-5 คน โดยจนถึงขณะนี้มีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 430 คน ความเสียหายประมาณ 16 ล้านบาท

ส่วนการติดตามทรัพย์สินคืนให้ผู้เสียหาย พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการปราบปราม กล่าวว่าจากการสอบปากคำบุคคลระดับแม่ข่าย บางคนยินดีนำโทรศัพท์และทองคำที่ซินแสโชกุนใช้เป็นรางวัลจูงใจมาคืนเจ้าหน้าที่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยจะนำทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้มาเฉลี่ยคืนผู้เสียหายต่อไป

ด้านกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคได้เชิญตัว นายเมธาวัฒน์ ภัครวิภลธรณ์ อายุ 46 ปี ผู้จัดการบริษัท แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง มาสอบปากคำ หลังพบข้อมูลว่าเป็นบริษัทที่ซินแสกุนสั่งซื้อนำเข้าอาหารเสริมมาขาย และบริษัทดังกล่าวจำหน่ายยาอาหารเสริม และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม 2 ยี่ห้อ โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้ง ไม่พบข้อมูลว่าบริษัท แอลลิเชี่ยน มาร์เก็ตติ้ง ได้มีการขออนุญาตนำเข้าอาหารเสริมดังกล่าวเพื่อจำหน่ายต่อคณะกรรมการอาหารและยา

เบื้องต้น นายเมธาวัฒน์รับว่ามีการนำอาหารเสริมมาจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง อย่างไรก็ตามกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค เตรียมออกหมายจับนายเมธาวัฒน์ ในฐานความผิดนำเข้าซึ่งอาหาร เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต

กลับขึ้นด้านบน