"ทรัมพ์" เรียกร้องสหประชาชาติเพิ่มคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้มากยิ่งขึ้น

"ทรัมพ์" เรียกร้องสหประชาชาติเพิ่มคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้มากยิ่งขึ้น

"ทรัมพ์" เรียกร้องสหประชาชาติเพิ่มคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้มากยิ่งขึ้น

รูปข่าว : "ทรัมพ์" เรียกร้องสหประชาชาติเพิ่มคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้มากยิ่งขึ้น

ผู้นำสหรัฐอเมริกาเชิญวุฒิสมาชิกมารับฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี พร้อมเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือให้มากยิ่งขึ้น

วันนี้ (25 เม.ย.2560) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมพ์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับมาตรการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่มีต่อสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี โดยเรียกร้องให้ UNSC เพิ่มมาตรการคว่ำเกาหลีเหนือต่อโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ให้หนักขึ้น ทรัมพ์ยังบอกด้วยว่านี่คือภัยคุกคามโลกอย่างแท้จริง เกาหลีเหนือคือปัญหาใหญ่ของโลก และจำเป็นต้องแก้ปัญหาในที่สุด

ท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ มีขึ้นระหว่างการต้อนรับคณะทูตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ทำเนียบขาว โดยวันที่ 28 เม.ย.นี้ รัฐบาลสหรัฐฯ กับคณะทูต UNSC จะหารือถึงการเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรและการรับมือกับการยั่วยุของเกาหลีเหนือครั้งใหม่

เชื่อกันว่าเกาหลีเหนือ ซึ่งเดินหน้าโครงการขีปนาวุธ กำลังเตรียมทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 และเมื่อไม่นานมานี้ เพิ่งจะควบคุมตัวพลเรือนอเมริกันอีก 1 คน ซึ่งนับเป็นคนที่ 3 แล้ว ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น ทำให้ทรัมพ์ต้องเชิญวุฒิสมาชิกมารับฟังการบรรยายสรุปสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีที่ทำเนียบขาว

การประชุมจะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ จะมีวุฒิสมาชิก 100 คนเข้าร่วม รวมทั้งมี เรกซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ, เจมส์ แมททิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองแห่งชาติ เข้าร่วมประชุมด้วย การประชุมครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อสรุปสถานการณ์เกี่ยวกับเกาหลีเหนือ โดยเน้นด้านความมั่นคงของชาติเป็นหลัก ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติที่วุฒิสมาชิกทั้งหมด จะไปเข้าร่วมประชุมที่ทำเนียบขาว

ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเป็นชาติพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และได้ใช้โอกาสในการหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำสหรัฐฯ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายข่มอารมณ์ อดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงการกระทำใดๆ ที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และขอให้ระงับการซ้อมรบเอาไว้ก่อน

คำขอของผู้นำจีน เป็นช่วงเดียวกับที่สหรัฐฯ กำลังร่วมซ้อมรบกับญี่ปุ่น ซึ่งทรัมพ์ ตอบว่า ความกระหายสงครามของเกาหลีเหนือที่มีอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีไร้เสถียรภาพ นอกจากการหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำจีนแล้ว ทำเนียบขาวยังเปิดเผยว่า ผู้นำสหรัฐฯ ได้หารือกับนางแองเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ถึงความท้าทายด้านความมั่นคงฉุกเฉินที่เกิดจากเกาหลีเหนือ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือ ขู่ที่จะจมเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน ซึ่งอยู่ระหว่างการร่วมซ้อมรบกับเรือพิฆาตของญี่ปุ่นในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก โดยสื่อของทางการเกาหลีเหนือ ระบุว่า เกาหลีเหนือพร้อมที่จะแสดงศักยภาพทางการทหาร ด้วยการจมเรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

ขณะที่สหรัฐฯ ส่งเรือดำน้ำยูเอสเอส มิชิแกน เข้าเทียบท่าที่เมืองปูซานของเกาหลีใต้แล้ว โดยเรือดำน้ำยูเอสเอส มิชิแกน เป็นเรือดำน้ำที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ ถือเป็นหนึ่งในเรือดำน้ำชั้นโอไฮโอ ที่ติดขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งทางการเกาหลีใต้ ระบุว่า เรือดำน้ำลำนี้ เข้าเทียบท่าเพื่อให้ลูกเรือได้ขึ้นฝั่งและลำเลียงสัมภาระ

นอกจากนี้ เรือดำน้ำลำนี้ ยังไม่มีแผนที่จะเข้าร่วมการซ้อมรบที่เกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ที่หลายฝ่ายคาดว่า เกาหลีเหนืออาจทำการทดสอบขีปนาวุธหรือนิวเคลียร์ เป็นครั้งที่ 6 ในวันครบรอบ 85 ปีของการก่อตั้งกองทัพประชาชนเกาหลีในวันนี้

กลับขึ้นด้านบน