แม่ใจสลาย พ่อทำร้ายร่างกายลูกพิการ วอนเร่งหาตัวดำเนินคดี

แม่ใจสลาย พ่อทำร้ายร่างกายลูกพิการ วอนเร่งหาตัวดำเนินคดี

แม่ใจสลาย พ่อทำร้ายร่างกายลูกพิการ วอนเร่งหาตัวดำเนินคดี

รูปข่าว : แม่ใจสลาย พ่อทำร้ายร่างกายลูกพิการ วอนเร่งหาตัวดำเนินคดี

แม่วัย 32 ปี เรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับสามี หลังพบสามีทำร้ายร่างกายลูกพิการทางสมองตลอดปีกว่า ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ลูกถูกทำร้ายด้วยการทุ่มลงฟูก ตบหน้า ช้อนทิ่มปาก เผยรับไม่ได้ ล่าสุดสามีหนีไปแล้ว

วันนี้ (25 เม.ย.2560) นางสาวเอวัย 32 ปี แม่ของเด็กชายพิการทางสมองวัย 1 ขวบ 9 เดือน ให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า ลูกชายถูกพ่อแท้ๆ ทำร้ายร่างกายเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะจอดรถซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อขึ้นรถเธอพบลูกปากแตกและบวม จมูกบวม มีรอยแดงบริเวณแก้ม เมื่อถามสามีได้รับคำตอบว่าลูกกัดไซริงค์ขณะป้อนน้ำ เมื่อกลับถึงบ้านเธอจึงนำเมมโมรีของกล้องติดหน้ารถไปเปิดดู จึงพบว่าสามีมีอารมณ์ฉุนเฉียวและลงมือทำร้ายลูก ในขณะที่เธอลงไปซื้อของเพียง 15 นาที และได้ยินเสียงลูกสำลักเหมือนถูกบีบคอ 

นางสาวเอ เปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สามีทำร้ายร่างกายลูกชายที่พิการทางสมอง เธอกลับไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในบ้านพบเหตุการณ์ที่แทบขาดใจ สามีทุ่มลูกลงบนฟูกอย่างรุนแรง ขณะที่เวลาป้อนข้าวลูกมักจะเอาช้อนทิ่มปากลูกด้วยความหงุดหงิด

เหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดทำให้เธอเสียใจมาก และเชื่อว่าตลอดปีกว่าๆ ที่ผ่านมา อุบัติเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกชาย ทั้งขาหัก เลือดออกที่เบ้าตาจนอักเสบ และเลือดออกในสมอง เป็นฝีมือของสามีแน่นอน เพราะสามีเป็นคนดูแลลูกชายตลอดเวลา ตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ว่าเธอจะเป็นคนทำงานแล้วสามีเป็นคนเลี้ยงลูก

“ที่ผ่านมาเราเชื่อมาโดยตลอดว่าสามีจะดูแลลูกเราดีที่สุด เพราะลูกเราพิการทางสมอง ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ในที่สุดสามีกลับมีพฤติกรรมทำร้ายลูก” นางสาวเอ กล่าว

ด้านน้าสาววัย 30 ปี กล่าวว่า ที่ผ่านมานางสาวเอเชื่อใจสามีมาตลอด และเชื่อคำกล่าวอ้างต่างๆ เพราะไว้ใจว่าพ่อแท้ๆ ไม่น่าจะทำร้ายลูกได้ แต่เมื่อดูภาพจากกล้องวงจรปิดทุกคนภายในบ้านรู้สึกเสียใจและต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ซึ่งตั้งแต่วันที่ 19 เม.ย.พ่อของเด็กชายพิการทางสมองได้หนีออกจากบ้านไปแล้ว ทางครอบครัวจึงนำหลักฐานแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.คูคต โดยต้องการให้จับกุมผู้เป็นพ่อมารับโทษโดยเร็ว

" คดีนี้หลายคนคงมองเป็นความรุนแรงในครอบครัวเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใหญ่โตเหมือนคนยิงกันตาย แต่ไม่ใช่สำหรับครอบครัวเรา เพราะหลานชายถูกกระทำมาตลอดเหมือนตายทั้งเป็น จึงอยากให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินคดีจับกุมผู้กระทำผิดให้เร็วที่สุด และอยากให้กรณีนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับทุกครอบครัว ให้ดูแลลูกให้ดีๆ กล้องวงจรปิด เทคโนโลยีทันสมัย ลงทุนติดกันเถอะ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยคนที่เรารัก" น้าสาว กล่าว

ทั้งนี้ น้าสาวของเด็กชายพิการทางสมอง ได้นำเรื่องราวของหลานชายส่งต่อผ่านสื่อมวลชนหลายสำนักและสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ เพจอยากดังเดี๋ยวจัดให้ เพจแหม่มโพธิ์ดำ เพื่อต้องการให้ช่วยกันแจ้งเบาะแส รวมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาช่วยเหลือ

กลับขึ้นด้านบน