ตำรวจ ปคม.คุมตัวผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีมาสอบปากคำเพิ่มที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจ ปคม.คุมตัวผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีมาสอบปากคำเพิ่มที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ตำรวจ ปคม.คุมตัวผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีมาสอบปากคำเพิ่มที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รูปข่าว : ตำรวจ ปคม.คุมตัวผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีมาสอบปากคำเพิ่มที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีค้าประเวณี จ.แม่อ่องสอน ถูกตำรวจ ปคม.ควบคุมตัวจากแม่ฮ่องสอน มาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม โดยตำรวจระบุเชื่อมั่นในพยานหลักฐานการกระทำความผิด และเตรียมออกหมายจับเพิ่มอย่างน้อย 2 คน

เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.2560) แม่ของเด็กหญิงผู้เสียหายที่ถูกตำรวจบังคับและค้าประเวณีได้เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพิ่มเติม และเปิดเผยว่านอกจากมีตำรวจที่เกี่ยวข้องแล้วยังข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในพื้นที่ โดยอ้างถึงระดบผู้ว่าราชการจังหวัด และตำรวจระดับรองผู้กำกับ 2 คน ที่ซื้อบริการทางเพศเด็กด้วย ซึ่งทำให้นายสืบศักดิ์ เอี่ยมวิจารณ์ ผู้ราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ต้องรีบออกมาแถลงข่าวยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ และไม่เคยไปรีสอร์ทที่ถูกอ้างถึง

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยขณะนี้ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว โดยมีนายประยูร รัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงเป็นประธาน ซึ่งจะตรวจสอบทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุ และพยานเอกสาร ทั้งนี้ คณะกรรมการมีสิทธิ์ที่จะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาสอบถาม ตามกรอบกฎหมายโดยจะเสร็จภายในระยะเวลา 30 วัน

ส่วนความคืบหน้าทางคดี หลังจากศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน ประกอบด้วย ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ ผู้บังคับการหมู่งานป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรน้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน, น.ส.ปิยะวรรณ สุขมา หรือเมย์ และ น.ส.ปิยะทัสน์ เทียนสุวรรณ หรือฟ้า ในความผิดฐานร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีแก่บุคคลอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี

ทั้งนี้ ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) ได้นำตัว 3 ผู้ต้องหา มาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ด.ต.ยุทธชัย ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี แต่ถูกกลั่นแกล้ง ซึ่งจะขอต่อสู้ในชั้นศาลพิสูจน์ตัวเอง ขณะเดียวกัน ระบุว่ารู้จักแม่ของผู้เสียหาย เพราะเป็นสายข่าวยาเสพติดให้กับตำรวจในพื้นที่ แต่ไม่เคยรู้จักผู้เสียหาย

ขณะที่ผู้ต้องหาหญิงทั้ง 2 คน ระบุว่า รู้จักกับผู้เสียหายเพราะเคยเจอในสถานบันเทิงที่แม่ฮ่องสอน แต่ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยชักชวนให้ค้าประเวณี และไม่เคยจัดหาหญิงสาวให้กับผู้ว่าราชการตามกระแสข่าว พร้อมยืนยันอีกว่าไม่เคยรู้จักกับแก๊งรอยสักนกฮูกที่มีการกล่าวอ้างว่าเป็นขบวนการค้าประเวณีในจังหวัด

ด้าน พล.ต.อ.ศรีวาราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า แม้จะมีการพาดพิงข้าราชการระดับสูง หรือ ผุ้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่กลัว แม้ว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นมานานแล้ว โดยขอให้มั่นใจว่าไม่เกินความสามารถของตำรวจ โดยหลังจากนี้จะประสานกับ ปปง. เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินด้วย เพราะการค้ามนุษย์เข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน

กลับขึ้นด้านบน