ประสาน "เฟซบุ๊ก" ถอดลิงค์ คลิปพ่อแขวนคอลูก

ประสาน "เฟซบุ๊ก" ถอดลิงค์ คลิปพ่อแขวนคอลูก

ประสาน "เฟซบุ๊ก" ถอดลิงค์ คลิปพ่อแขวนคอลูก

รูปข่าว : ประสาน "เฟซบุ๊ก" ถอดลิงค์ คลิปพ่อแขวนคอลูก

รองปลัดกระทรวงดิจิทัล ประสาน เฟซบุ๊กถอดลิงค์ พ่อแขวนคอลูกผ่านเฟซบุ๊ก หลังกระทรวงแจ้งข้อมูลภายในครึ่งชม. ประกอบกับ เฟซบุ๊กมีนโนบายทำให้กระบวนการรวดเร็วขึ้น เตือนสังคม เจอคลิปภาพรุนแรง-โป๊-ละเมิดลิขสิทธิ์-ธุรกิจสีเทา ให้รีบแจ้งทันที

วันนี้ (26 เม.ย.260) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เปิดเผยว่า กรณีเฟซบุ๊กได้นำคลิปเหตุการณ์ พ่อแขวนคอลูก โดยเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า ทางปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ประสานไปทางเฟซบุ๊กหลังจาก รับทราบจากสื่อมวลชน ที่ติดต่อสอบถามเมื่อวานนี้ว่า กระทรวงได้ดำเนินมาตรการอย่างไรบ้างต่อกรณีดังกล่าว เนื่องจาก ทางกระทรวงจึงประสานแจ้งไปทาง ระบบของ เฟซบุ๊ก เพื่อแจ้งให้ทราบในนาม ของกระทรวงประสานขอให้ถอดคลิปดังกล่าวออก เพราะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนไทย และเป็นการเผยแพร่ความรุนแรง ซึ่งอาจมีผลต่อเยาวชนและคนที่เข้ามารับชม แชร์ และ โพสต์กระจายต่อๆ ไป ประกอบกับ ทาง เฟซบุ๊ก เอง มีนโนบาย ที่ดูแลเรื่องราวที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกคนในสังคมแบบนี้ รวมถึงประชาชนหลายคนช่วยกันแจ้งข้อมูล ทำให้ เฟซบุ๊ก ช่วยถอดคลิปออกโพสต์ต้นทางให้อย่างรวดเร็ว หลังจาก กระทรวงแจ้งไปประมาณ 30 นาที

"จริงๆ แล้วต้องขอบคุณสื่อมวลชน ที่แจ้งข้อมูลให้กระทรวงทราบ ทำให้สามารถประสานต่อทันที กรณีดังกล่าวหากมีการถ่ายทอดสด การห้ามทำได้ค่อนข้างยากแต่สิ่งที่สามารถดำเนินการได้ คือ ความร่วมมือจากสังคมจากทุกส่วนเพราะเจ้าหน้าที่มีจำนวนน้อย หากทุกฝ่ายช่วยสอดส่องดูแลจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น เมื่อสื่อมวลชนและสังคมมีความตื่นตัวทำให้ระบบเฟซบุ๊กรับทราบได้รวดเร็วขึ้นและสามารถปิดกั้นคลิปได้อย่างรวดเร็วเมื่อมีการประสานจากทางกระทรวงไป" รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นอกจากนี้ น.อ.สมศักดิ์ ยังกล่าวถึง กรณีของดาราชาย ที่นำนางแบบหญิงมาแสดงโชว์ในลักณะอนาจาร ผ่าน เฟซบุ๊กlive กระทรวงได้แจ้งตำรวจเพื่อประสานข้อมูลดำเนินการเอาผิดแล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวมิได้เป็นการกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ผู้โพสต์ยังมีความเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายที่ตำรวจใช้บังคับเพิ่มเติมด้วย จึงอยากเตือนผู้ที่คิดจะดำเนินการในลักษณะเช่นนี้อีก โดยกระทรวงได้ทำงานประสานความร่วมมือระหว่าง สำนักงาน กสทช. และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกันเพื่อควบคุมดูแลเนื้อหาที่มีผลต่อสังคมด้วยมิใช่เพียงดูแลควบคุมการเผยแพร่เนื้อหาที่ขัด มาตรา112 แต่ประเด็นที่หลายหน่วยงานร่วมกันทำอยู่ คือ การดำเนินการเอาผิดกรณีการละเมิดลิขสิทธิ์ทางปัญญา , การละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า รวมทั้ง การเผยแพร่ภาพ,คลิป, เสียง, ข้อความที่ใช้ความรุนแรง หวาดเสียว ลามกอนาจาร , ธุรกิจสีเทาและสินค้าที่ค้าขายออนไลน์ ที่ผิดกฎหมายองค์การอาหารและยา

" ประเด็นการ Live สด ขณะนี้ รวมถึงการกระทำผิดประเด็นต่างๆ สิ่งที่กระทรวงกังวล คือ ขอบเขตของกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการปิดกั้นระบบต่างๆ เพราะหลายโพสต์ อยู่ในต่างประเทศ ที่ไม่สามารถทำทุกมิติได้เร็วเท่ากับพัฒนาการของผู้ทำผิด แต่หากใครพบเห็นเหตุการณ์ หรือ ข้อมูลไม่เหมาะสมผ่านโซเชียล แล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ให้แจ้งมาได้ที่ สายด่วนกระทรวงที่หมายเลขโทรศัพท์ 1212 และสายด่วนศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของรัฐบาล หมายเลข 1111 และขอความร่วมมือ งดแชร์ งดส่งต่อข้อมูลความรุนแรง และการกระทำหมิ่น ม.112" น.อ.สมศักดิ์

 

กลับขึ้นด้านบน