"ศรีสุวรรณ" ยื่น สตง.ตรวจสอบ ครม.จัดซื้อเรือดำน้ำจีน

"ศรีสุวรรณ" ยื่น สตง.ตรวจสอบ ครม.จัดซื้อเรือดำน้ำจีน

"ศรีสุวรรณ" ยื่น สตง.ตรวจสอบ ครม.จัดซื้อเรือดำน้ำจีน

รูปข่าว : "ศรีสุวรรณ" ยื่น สตง.ตรวจสอบ ครม.จัดซื้อเรือดำน้ำจีน

เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยยื่นหนังสือถึงผู้ว่า สตง.ขอให้ตรวจสอบกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา เป็นไปโดยรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยผู้ว่า สตง.รับเรื่องพิจารณายึดหลักสากลการตรวจสอบงบประมาณด้านความมั่นคง

วันนี้ (27 เม.ย.2560) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือต่อนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ขอให้ตรวจสอบกรณีการดำเนินการของคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ และการใช้อำนาจของกองทัพเรือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและคณะรัฐมนตรี เป็นไปโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆ หรือไม่ ตามที่มติ ครม.เมื่อวันที่ 18 เมษายนที่ผ่านมา อนุมัติให้กองทัพเรือจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน S26T จำนวน 1 ลำมูลค่า 13,500 ล้านบาท ว่าคำนึงถึงสภาพการณ์ของฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ และการจัดทำทีโออาร์เอื้อประโยชน์ต่อประเทศจีนหรือไม่

ขณะที่นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า รับเรื่องไปดำเนินการตรวจสอบ ยึดหลักจรรยาบรรณตามวิธีการตรวจสอบงบประมาณด้านความมั่นคงหลักสากล ที่ไม่สามารถที่จะเปิดเผยข้อมูลที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคง แต่ไม่ยืนยันกรอบเวลาที่แน่ชัดได้เพราะต้องใช้ระยะเวลา โดยจัดทำข้อสังเกตและข้อแนะนำสะท้อนให้สังคมได้รับรู้ รวมถึงดูเหตุผลความจำเป็นในการใช้งบประมาณ และเห็นว่าหากสามารถป้องปราบการส่อการกระทำผิดกฎหมายและหยุดยั้งน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่หากกองทัพเรือจำเป็นต้องจัดซื้อ ทีโออาร์ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายการเสนอราคาต่อหน่วยของรัฐ โดยขณะนี้ได้เริ่มการตรวจสอบไปบ้างแล้ว

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การซื้อเรือดำน้ำจากจีนยังมีข้อสงสัยจากสาธารณชนเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับกระบวนการจัดทีโออาร์ ซึ่งสมรรถภาพ อาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานจริง อันเนื่องมาจากยุทธบริเวณที่ขัดต่อการปฏิบัติงาน เพราะอ่าวไทยมีระดับน้ำลึกเพียง 25-60 เมตรเท่านั้น ความโปร่งใสในการจัดซื้อ อุปกรณ์พิเศษที่ติดตั้งมา ความคุ้มค่ากับการใช้งาน และเห็นว่ายังไม่มีสถานการณ์ความขัดแย้งในประเทศรอบข้าง จึงไม่มีเหตุจำเป็นในการสะสมยุทโธปกรณ์ดังกล่าว อีกทั้งไม่เปิดเผยข้อมูลที่ประเทศจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกวงเงินดังกล่าว เช่น การจัดสร้างอู่เรือ การจัดตั้งกำลังพลมารองรับ การซื้อยุทโธปกรณ์มาเสริม และค่าซ่อมบำรุงประจำปี พร้อมอ้างอิงว่าตามการใช้อำนาจของ ครม.อาจฝ่าฝืนระบบวินัยการเงินการคลังของชาติ เป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เป็นไปตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันเข้าข่ายขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 62 ประกอบมาตรา 75 วรรคแรก และมาตรา 76

กลับขึ้นด้านบน