เตรียม 4 แนวทางยื่นช่วยคดี “ตา-ยายเก็บเห็ด” ลุ้นคำตัดสินพรุ่งนี้

เตรียม 4 แนวทางยื่นช่วยคดี “ตา-ยายเก็บเห็ด” ลุ้นคำตัดสินพรุ่งนี้

เตรียม 4 แนวทางยื่นช่วยคดี “ตา-ยายเก็บเห็ด” ลุ้นคำตัดสินพรุ่งนี้

รูปข่าว : เตรียม 4 แนวทางยื่นช่วยคดี “ตา-ยายเก็บเห็ด” ลุ้นคำตัดสินพรุ่งนี้

ทนายสงกานต์ พา 2 ตา-ยาย เข้าร้องขอความช่วยเหลือกับกองทุนยุติธรรม เพื่อเตรียมให้มีการช่วยเหลือ โดยพรุ่งนี้(2พ.ค.) ศาลฎีกาจะมีคำพิพากษาในดคี ด้านรองปลัดยุติธรรม ระบุเตรียมวงเงินกองทุนช่วยประกันตัวคนละ 1 ล้านกรณีที่ศาลตัดสินจำคุก

วันนี้ (1พ.ค.2560) นายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน สามี ภรรยา ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันบุกรุกแผ้วถางและตัดไม้ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงระแนง รวมพื้นที่ 72 ไร่ ในจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2553 เข้าร้องเรียนกับ นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ช่วยเหลือเรื่องเงินทุน และแนวทางต่อสู้คดี ก่อนศาลฎีกาจะพิพากษาคดีในวันพรุ่งนี้(2พ.ค.) ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์

นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ บอกถึง แนวทางที่ได้หลังหารือกับกระทรวงยุติธรรม เตรียมไว้ 4 แนวทาง ตามคาดการณ์คำตัดสินที่อาจเกิดขึ้น กรณีแรกคือ ตัดสินพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ จะยื่นขอประกันตัว และยื่นคำร้องรื้อฟื้นคดี หรืออาจตัดสินแก้โทษ ซึ่งกรณีนี้ต้องรอให้มีคำสินก่อนจะพิจารณาทางต่อสู้ อีกแนวทางคือพิพากษากลับ หมายถึง ยกฟ้องคดี และแนวทางที่ 4 ที่คาดว่า เป็นไปได้มากที่สุด คือพิพากษายกย้อน หมายถึง การยกคำพิพากษาชั้นต้น เพื่อให้ดำเนินการพิจารณาคดีใหม่


ด้านนายธวัชชัย บอกว่า  ขณะนี้อนุมัติเงินเพื่อใช้ในการขอปล่อยตัวชั่วคราวสำรองเอาไว้ล่วงหน้า จากกองทุนยุติธรรม คนละ 1 ล้านบาท เผื่อกรณีศาลพิพากษาให้มีโทษจำคุก อีกทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ยุติธรรม จ.กาฬสินธุ์ เข้าร่วมฟังคำพิพากษาด้วย แต่ยืนยันว่ากระทรวง จะไม่มีการก้าวล่วงคำพิพากษาของศาลเด็ดขาด

ด้านนายอุดม และนางแดง ยืนยันว่า ไม่ได้ตัดไม้ ดำรงชีวิตตามวิถีชาวนา หาเช้ากินค่า แต่ที่รับสารภาพเพราะหลงเชื่อบุคคลภายนอก ว่าคดีดังกล่าวมีเพียงโทษปรับ ประกอบมีความบก พร่องทางการได้ยิน

นายอุดม และนางแดง ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุม ในข้อหาร่วมกันบุกรุก แผ้วถาง และตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงระแนง รวมพื้นที่ 72 ไร่ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ.2553 ก่อนศาลชั้นต้นจะตัดสินคดีในวันที่ 26 กันยายนพ.ศ. 2554 ลงโทษจําคุกคนละ 30 ปี แต่จําเลยทั้งสองให้การรับสารภาพจึงลดโทษ เหลือจําคุกคนละ 15 ปี ต่อมา ศาลอุธรณ์ภาค 4 มีคำตัดสิน แก้โทษจำคุก เป็น 14 ปี 12 เดือน และทั้งคู่ยื่นต่อสู้คดีในชั้นฎีกาต่อ

กลับขึ้นด้านบน