คนหันใช้น้ำมันหลังราคาลด-ยอดใช้ LPG-NGV วูบ 7 หมื่นคัน

คนหันใช้น้ำมันหลังราคาลด-ยอดใช้ LPG-NGV วูบ 7 หมื่นคัน

คนหันใช้น้ำมันหลังราคาลด-ยอดใช้ LPG-NGV วูบ 7 หมื่นคัน

รูปข่าว : คนหันใช้น้ำมันหลังราคาลด-ยอดใช้ LPG-NGV วูบ 7 หมื่นคัน

ผู้บริโภคบางส่วนหันมาใช้น้ำมันแทนแอลพีจีและเอ็นจีวี หลังพลังงานมีแนวโน้มปรับตัวลดลง พบในรอบ 15 เดือน มีรถยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้แอลพีจีและเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง ลดลง 70,000 คัน และร้านค้าบางส่วนต้องยกเลิกกิจการ

วันนี้ (4 พ.ค.2560) นายวีระพล จิรประดิษฐกุล โฆษกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ชี้แจงกรณีมีมติเห็นชอบให้ปรับค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ (ค่าเอฟที) งวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2560 เพิ่มขึ้นจากงวดที่แล้ว 12.52 สตางค์ต่อหน่วย จนเกิดเป็นประเด็นสงสัยว่า เหตุใดจึงมีการปรับราคาทั้งที่ราคาก๊าซธรรมชาติมีแนวโน้มลดลง

นายวีระพล กล่าวว่า ช่วงต้นปีที่ผ่านมาราคาก๊าซปากหลุมจากอ่าวไทยอยู่ในช่วงขาลงจริง แต่ราคาก๊าซจะอ้างอิงราคาน้ำมันเตาย้อนหลัง 8-12 เดือน จึงมีการปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ส่วนกรณีที่หลายคนเข้าใจว่าค่าบริการรายเดือนและเงินประกันการใช้ไฟฟ้ามีผลต่อการคิดคำนวณค่าเอฟที เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เนื่องจากค่าบริการรายเดือนเรียกเก็บตามต้นทุนจริง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการคิดคำนวณต้นทุนค่าเอฟทีแต่อย่างใด

ขณะกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยสถิติรถที่ใช้เอ็นจีวีและแอลพีจีในช่วงปี 2558 พบว่า มียอดรถยนต์ที่ใช้แอลพีจีมาจดทะเบียน 1,248,000 คัน และรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวี 416,200 คัน แต่ล่าสุดเมื่อสิ้นเดือนมีนาคม 2560 พบว่า รถยนต์ที่ใช้ก๊าซแอลพีจีมียอดสะสมอยู่เพียง 1,173,000 คัน ลดลง 74,860 คัน ส่วนรถยนต์ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีมียอดสะสมอยู่ที่ 400,000 คัน ลดลงมา 15,970 คัน หรือลดลงเฉลี่ย 1,064 คันต่อเดือน ขณะที่อู่ติดตั้งถังก๊าซทั่วประเทศ ลดลงเหลือกว่า 100 แห่ง

นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า ในเดือนมีนาคม 2560 ยอดใช้แอลพีจีลดลง ร้อยละ 7.5 เอ็นจีวีลดลง ร้อยลt 13 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่สถานีบริการแอลพีจีเพิ่มขึ้นจากปี 2558 เล็กน้อย โดยขยายตัวไม่มากนัก ขณะนี้ไม่มีการยื่นขอเพิ่ม เนื่องจากยอดขายลดลง ส่วนสถานีบริการเอ็นจีวีลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปใช้น้ำมันดีเซลแทน

สำหรับยอดใช้แอลพีจีภาคขนส่งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พบว่าลดลงต่อเนื่องจากปีก่อน โดยยอดใช้แอลพีจีผ่านสถานีบริการอยู่ที่ 3,800,000 กิโลกรัมต่อวัน ลดลงร้อยละ 3.1 ขณะที่การใช้เอ็นจีวีอยู่ที่ 7 ล้านกิโลกรัมต่อวัน จากที่เคยขึ้นไปถึง 8,000,000 กิโลกรัมต่อวัน หากราคาน้ำมันยังทรงตัวระดับต่ำ ยอดใช้แอลพีจีและเอ็นจีวีจะทยอยลดลงอีก

 

กลับขึ้นด้านบน