ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน คัดค้านประกันตัว

ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน คัดค้านประกันตัว

ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน คัดค้านประกันตัว

รูปข่าว : ฝากขัง 5 ผู้ต้องหาค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน คัดค้านประกันตัว

ฝ่ายที่เรียกร้องให้รัฐต้องจัดการกับระบบอุปถัมภ์จัดหาเด็กรับรองข้าราชการ เสนอให้ใช้มาตรา 44 จัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด ป้องกันการแทรกแซงการทำงานของตำรวจ ขณะที่วันนี้ (4 พ.ค.) ผู้ต้องหา 5 คนถูกนำตัวไปฝากขังผัดแรก พร้อมคัดค้านการประกันตัว

วันนี้ (4 พ.ค.2560) พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ คุมตัวผู้ต้องหา 5 คน ในคดีค้ามนุษย์ จ.แม่ฮ่องสอน ฝากขังต่อศาล นัดแรก จำนวน 12 วัน ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 5 คนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

นอกจากนี้ การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ ต้องสอบพยานบุคคลอีก 10 ปาก รอการรวบรวมพยานหลักฐานคดี และรอผลการสอบประวัติต้องโทษ โดยวันพรุ่งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง และประธานสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย พร้อมนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความผู้เสียหายในคดีนี้ ยื่นหนังสือถึงหัวหน้า คสช.เรียกร้องให้ใช้มาตรา 44 จัดการเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับขบวนการล่อลวง บังคับให้เด็กค้าประเวณีในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพราะหากปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการปกติจะล่าช้า และส่งผลกระทบต่อพยานหลักฐาน

ก่อนหน้านี้ นายบุญญฤทธิ์ บอกว่า ได้ไปยื่นหนังสื่อต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษแล้ว พร้อมเสนอ 3 แนวทางในการแก้ปัญหา คือดำเนินการเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ร่วมขบวนการ, เจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้บริการ และผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลย

ด้านนายเกิดผล ระบุว่า อยากให้รัฐบาลใช้มาตรการเด็ดขาดและรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลดีทั้งต่อเจ้าหน้าที่ และพยาน เพราะขณะนี้พบว่ามีความพยายามแทรกแซงการทำงานของตำรวจ มีการชิงตัวพยานหรือไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน แม้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของเจ้าหน้าที่แล้วก็ตาม และยังมีพยานอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่กล้าเข้าให้ข้อมูล

กลับขึ้นด้านบน