ล่าแก๊งเรือยอร์ช "ยิงปลาเกาะลันตา"เชิดเรือยางพร้อมของกลางหนี

ล่าแก๊งเรือยอร์ช "ยิงปลาเกาะลันตา"เชิดเรือยางพร้อมของกลางหนี

ล่าแก๊งเรือยอร์ช "ยิงปลาเกาะลันตา"เชิดเรือยางพร้อมของกลางหนี

รูปข่าว : ล่าแก๊งเรือยอร์ช "ยิงปลาเกาะลันตา"เชิดเรือยางพร้อมของกลางหนี

หน.อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ประสานกรมเจ้าท่าภูเก็ต และตำรวจ ตามหาทีมเรือยอร์ช ยิงปลาทะเลเป็นกีฬา เพื่อความสนุกที่เกาะห้า แจ้งหาทั้งพ.ร.บ.อุทยานฯ และคดีอาญา หลังผู้ก่อเหตุหนี รวมทั้งของกลางที่ยึดได้

วันนี้(7 พ.ค.2560) นายกรรณเกษม มีสุข หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ กล่าวว่า วานนี้ (6 พ.ค.)เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ได้รับแจ้งจากกลุ่มนักดำน้ำที่บริเวณเกาะห้า (ตุกนลิมา)ว่าพบเรือยอร์ชจอดแช่อยู่นานผิดปกติ โดยพบนักดำน้ำ 2 คนกำลังไล่ยิงปลาอยู่ จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ปราบปรามที่ออกตรวจลงไปตรวจสอบ และพบว่ามีการกระทำความผิดจริง พบชาย 2 คน ร่วมกันดำน้ำยิงปลา และถ่ายรูปอยู่บริเวณเกาะห้า จึงเข้าจับกุม และตรวจยึดอุปกรณ์ต่างๆมีทั้ง ปืนยิงปลา กล้องดำน้ำ Go Pro อุปกรณ์ดำน้ำลึก 

จากนั้นพาผู้กระทำผิด มาที่เรือยอร์ช พบชายอีก 3 คน เป็นเด็ก 1 คน และผู้ใหญ่ 2 คน จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดมายังหน่วยพิทักษ์คลองทราย ผู้ถูกจับกุม 1 คนเข้ามาทำการสอบ สวนและจัดทำบันทึกการจับกุม ส่วนอีก 4 คนรออยู่บนเรือ เนื่องจากเรือกินน้ำลึกไม่สามารถเข้ามายังหน่วยพิทักษ์ได้ เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯมีเพียง 4 คนไม่น่าจะเพียงพอ ต้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปช่วย แต่ปรากฏว่าผู้กระทำผิดทั้ง 4 คนได้หลบหนีพร้อมกับของกลางทั้งหมด

 

 

 

หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา บอกว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าผู้กระทำผิดน่าจะเป็นคนที่มีกำลังทรัพย์ เพราะลงทุนนำเรือยอร์ช มาดำยิงปลา ซึ่งน่าจะยิงล่าเป็นกีฬา เพราะล่าปลาขนาดใหญ่ ปลาที่พบส่วนใหญ่เป็นปลาเก๋าขนาดตัวโต ยึดของกลางปลาที่ถูกที่ยิงจำนวน 5 ตัวน้ำหนัก ประมาณ 10 กิโลกรัม นอกจากนี้ลักษณะของจุดดำน้ำ เกาะห้า ที่ดำลงไปนั้นมีลักษณะเป็นถ้ำ และมีระดับน้ำลึก จึงทำให้นักยิงปลาชอบ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ระบุได้ว่าเป็นเรือส่วนตัว หรือเรือเช่า มีการจดทะเบียนถูกต้องหรือไม่ แต่ได้ประสานไปยังเจ้าท่าจังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจสอบหาที่มาแล้ว รวมทั้งจะเร่งตามตัวผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหาด้วย  โดยขณะนี้อุทยานหมู่เกาะลันตา แจ้งข้อกล่าวหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 16(3) ,(13),(15)ข้อหาล่าสัตว์ในเขตอุทยานฯ นำอุปกรณ์ล่าสัตว์เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษ จำคุกปรับ 5 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังโดนข้อหาคดีอาญา มาตรา 138 ข้อหาหลบหนี และมาตรา 142 เอาของกลางที่ยึดได้บางส่วนหลบหนี ซึ่งรวมถึงเรือยางของอุทยานฯ และเรือยอร์ช และอุปกรณ์กระทำความผิดด้วย

 

 

กลับขึ้นด้านบน