"หมอฟัน" ค้านกฎหมายนิวเคลียร์ฯ คุมเครื่องเอกซเรย์

"หมอฟัน" ค้านกฎหมายนิวเคลียร์ฯ คุมเครื่องเอกซเรย์

"หมอฟัน" ค้านกฎหมายนิวเคลียร์ฯ คุมเครื่องเอกซเรย์

รูปข่าว : "หมอฟัน" ค้านกฎหมายนิวเคลียร์ฯ คุมเครื่องเอกซเรย์

นายกทันตแพทยสภา ระบุกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ไม่ได้มาตรฐานสากลโดยเฉพาะในการกำกับดูแลเครื่องเอกซเรย์ทางการแพทย์ ชี้บทลงโทษที่รุนแรงส่งผลกระทบคลินิกทันตกรรม และเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่พระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ปี 2559 กำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม จะต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีและผู้ใช้งานจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี รวมทั้งกฎหมายบัญญัติโทษค่อนข้างหนักในกรณีที่มีการใช้เครื่องเอ็กซ์เรย์โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยประจำเครื่อง ส่งผลให้ทันตแพทย์มีความกังวลว่าจะเกิดผลกระทบต่อคลินิกทันตกรรมทั่วประเทศ

ผศ.พิเศษ ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา ระบุว่า เครื่องเอกซเรย์ฟัน มีรังสีเพียง 0.008 ไมโครซีเวริต์ ซึ่งเป็นปริมาณที่น้อยมาก ดังนั้นสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) จึงไม่ควรนำไปควบคุมในลักษณะเดียวกับพลังงานนิวเคลียร์ โดยทันตแพทย์กังวลอย่างมากเกี่ยวกับโทษที่รุนแรง เนื่องจากกฎหมายระบุว่า หากไม่มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทางรังสี (RSO) ประจำเครื่องเอกซเรย์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท และหากไม่ขึ้นทะเบียนเครื่องเอกซเรย์ มีโทษจำคุก 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท

นายกทันตแพทยสภา ระบุอีกว่า หากรัฐบาลประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับทันตแพทย์ทั่วประเทศ และยังเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนมากขึ้น อีกทั้งคลินิกบางแห่งอาจยกเลิกการใช้เครื่องเอกซเรย์ฟัน เนื่องจากไม่ยอมรับกฎหมายฉบับใหม่ที่เข้มงวดมากขึ้น

แม้ล่าสุดคณะรัฐมนตรีจะให้ ปส.กลับมาพิจารณากฎหมายฉบับนี้อีกครั้งว่าเหมาะสมหรือไม่ แต่เครือข่ายทันตแพทย์ภาครัฐและเอกชนยังกังวล เพราะที่ผ่านมา ปส.ไม่ได้สอบถามความคิดเห็นผู้เกี่ยวข้อง แต่ก็มีการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมาในที่สุด

 

กลับขึ้นด้านบน