เปิดใจ ลูกค้า "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" ผ่อนดาวน์เกือบ 3 ปี ยังไม่เริ่มก่อสร้าง

เปิดใจ ลูกค้า "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" ผ่อนดาวน์เกือบ 3 ปี ยังไม่เริ่มก่อสร้าง

เปิดใจ ลูกค้า "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" ผ่อนดาวน์เกือบ 3 ปี ยังไม่เริ่มก่อสร้าง

รูปข่าว : เปิดใจ ลูกค้า "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" ผ่อนดาวน์เกือบ 3 ปี ยังไม่เริ่มก่อสร้าง

กลุ่มลูกค้า "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" พหลโยธิน 89 ใกล้เมืองเอก จ.ปทุมธานี เครือ บ.พฤกษา ร้องเรียน ผ่อนดาวน์เกือบ 3 ปี ใกล้หมดงวดสุดท้าย แต่คอนโดฯ ยังไม่เริ่มก่อสร้าง แม้กำหนดแล้วเสร็จในเดือน พ.ค.2560

วันนี้ (10 พ.ค.2560) กลุ่มผู้ซื้อคอนโดมิเนียม โครงการ "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" ร้องเรียน"ไทยพีบีเอส" ว่า ซื้ออาคารชุดคอนโดมิเนียมของโครงการ "พลัม พรีเมี่ยม คอนโด" อยู่บริเวณ ถนนพหลโยธิน 89 ใกล้กับเมืองเอก อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี ผู้ซื้อหลายคนให้ข้อมูลว่า ซื้อคอนโดฯในราคาขายช่วงโปรโมชั่น ที่ 9.9 แสนบาท จนถึงราคาขายปกติ ซึ่งบางคนซื้อในราคา 1.5 ล้านบาท เริ่มทำสัญญาและผ่อนดาวน์มาตั้งแต่ปี 2557 โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าจะเข้าอยู่อาศัยได้ภายเดือนพฤษภาคม 2560 แต่เมื่อติดต่อไปที่โครงการกลับไม่ได้ความชัดเจนว่าจะก่อสร้างต่อหรือไม่

 

 

นายรัชกฤต ลือความดี ผู้ซื้อคอนโด ห้องพักชั้นที่ 7 รับทราบว่า มีปัญหาเมื่อเดือนธันวาคม 2559 จากผู้ที่ซื้อคอนโดฯ เปิดเผยว่า เดิมทีมีทางเลือก 3 โครงการในละแวกนี้ที่คิดว่าจะซื้อและได้ศึกษาข้อมูลมาแล้วว่า โครงการของ บ.พฤกษา มีความน่าเชื่อถือ แม้ที่ผ่านมามีข่าวไม่ดีอยู่บ้างแต่ก็คิดว่ามันเป็นปัญหาเล็กน้อยจึงตัดสินใจซื้อเมื่อปี 2557 โดยยอมจ่ายเงินซื้อในราคาที่สูงกว่าโครงการอื่นๆ อีก 2 โครงการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

 

 

จากนั้น ขับรถมาดูโครงการต่อเนื่องทุกวันแต่ยังไม่เห็นเริ่มการโครงการจึงเริ่มรู้สึกว่าโครงการไม่น่าจะก่อสร้างทัน จึงสอบถามที่โครงการเมื่อเดือนธันวาคม 2559 และเริ่มติดต่อจริงจังตั้งแต่เดือนมกราคม 2560 เป็นต้นมา เพราะโครงการบ่ายเบี่ยงการให้ข้อมูลที่เป็นทางการ ประกอบกับข้อมูลที่ได้จากผู้ซื้อคนอื่นๆ ทำให้ไม่เห็นความชัดเจน ซึ่งขณะนี้ผ่านมาแล้วเกือบ 6 เดือน ทำให้รู้สึกไม่เชื่อใจ

ทางโครงการเสนอทางเลือกให้นายรัชกฤต 3 แนวทาง ได้แก่ ย้ายไปอยู่ที่โครงการพลัม 89 (ไม่ใช่พรีเมี่ยม) เสนอคืนเงินให้แต่ไม่ได้ดอกเบี้ย และแนวทางสุดท้ายให้รอประกาศเป็นทางการจากโครงการ ซึ่งนายรัชกฤต เลือกแนวทางย้ายไปโครงการอื่นเนื่องจากไม่ต้องการเสียค่าเช่าหอพักเดือนละ 5,000 บาท

"แต่กว่าจะโยกมาอยู่ได้ ทางโครงการใช้เวลานาน และแทบไม่ได้ติดต่อกลับ ทำให้ผมโมโหมาก ถึงขั้นไปนั่งรออยู่ที่ออฟฟิศของโครงการ และบอกว่าจะไม่กลับบ้านจนกว่าจะได้คุยกับผู้บริหาร จึงนำไปสู่การย้ายคอนโดฯ ซึ่งตอนนี้ย้ายแล้วเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และเข้าอยู่เดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมาถามว่าผมรอได้หรือไม่ ผมยินดีที่จะรอ แต่ถามว่า จะให้ผมรออะไร รอแล้วจะขึ้นโครงการหรือไม่

อย่างน้อย 5 เดือนมานี้ ก็น่าจะมีประกาศแจ้งให้ลูกค้ารับทราบเป็นทางการ เป็นลายลักษณ์อักษร ยังไม่ต้องถึงขั้นว่าจะสร้างหรือไม่สร้างต่อก็ได้ แต่ข้อมูลที่บริษัทแจ้งเมื่อเดือนมกราคม 2560 บอกว่า มีปัญหาเรื่องที่ดิน และให้รอประกาศเป็นทางการ แต่รอจนถึงขณะนี้เดือนพฤษภาคมก็ยังไม่ชัดเจน ตามกำหนดต้องรับมอบแล้วเดือนนี้ แต่ก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้น มีแต่ที่ดินว่างเปล่า ในฐานะเป็นผู้ซื้อโครงการ ผมอยากได้ความจริงใจ และความชัดเจน แม้ว่าของผมจะจบไปแล้ว แต่ของคนอื่นๆ ที่เกิดปัญหา ก็ยังไม่มีความชัดเจน ความยุติธรรมมันควรมาพร้อมกับเวลาที่เหมาะสมด้วย" นายรัชกฤต ระบุ

 

 

ขณะที่นายเจษฎา ประกอบดี ระบุว่า ตัดสินใจซื้อคอนโดฯ ชั้นที่ 3 โดยรับทราบจากเพื่อนที่รู้จักกันว่า โครงการมีปัญหาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2560 โดยเริ่มจองและผ่อนดาวน์ตั้งแต่ปี 2557 มาเรื่อยๆ ตามเวลาแล้วเสร็จอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมปีนี้ (2560) แต่ทราบข่าวจากเพื่อนที่รู้จักกันว่า โครงการนี้อาจเป็นปัญหาจะขึ้นโครงการไม่ได้ จึงเข้ามาติดต่อเจ้าหน้าที่หน้าโครงการ ทราบว่าโครงการมีปัญหาจริง แต่รายละเอียดไม่ทราบเยอะมากว่าติดปัญหาเพราะอะไร

ทางโครงการเสนอ 3 ทางเลือก ให้ย้ายไปอยู่โครงการใกล้เคียง รอคำชี้แจงจากโครงการ และสุดท้ายเสนอหยุดผ่อนชำระ ส่วนตัวผมเลือกการหยุดผ่อนชำระและแจ้งระงับการผ่อนมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ขณะนี้ผ่านไปแล้ว 70 วัน ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ล่าสุดติดต่อไปเมื่อวานนี้ (9 พ.ค.60) เจ้าหน้าที่ขาย แจ้งว่า เจ้าของโครงการกำลังประชุมว่าจะชี้แจงลูกค้า หรือผู้บริโภคอย่างไร ขณะนี้มีผู้ซื้ออีกหลายคนแจ้งขอหยุดผ่อนดาวน์ผ่านไป 90 วัน บางคน 100 วันแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน แต่อาจมีบางคนที่ได้เงินคืนแล้ว

"ที่ผ่านมาไม่เคยเอะใจ เพราะเชื่อว่าบริษัทใหญ่ สามารถก่อสร้างได้เร็วและทันตามกำหนด ผมเองผ่านไปดูโครงการเรื่อยๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่มาเอะใจตอนที่เพื่อนบอกว่า โครงการมีปัญหา จึงตัดสินใจขอหยุดผ่อนดาวน์และขอเงินคืน และตัดสินใจว่าไม่เอาโครงการนี้แล้ว เพราะมีแผนที่กำหนดไว้ว่าจะต้องไปทำอย่างอื่นต่อไป

ส่วนตัวรู้สึกติดลบกับแบรนด์นี้แล้ว ในฐานะผู้ซื้อผมเห็นว่า ถึงเวลาแล้วที่โครงการต้องออกมาชี้แจงผู้บริโภคว่า คุณจะเอาอย่างไรกับมันต่อไป ส่วนลูกค้าหลายคนที่แจ้งเรื่องหยุดผ่อนชำระแล้วคุณต้องคืนเงินที่เป็นของลูกค้าให้กับลูกค้าตามระยะเวลาที่กำหนด จะดึงเรื่องไปเรื่อยๆ โดยไม่มีความชัดเจนไม่ได้" นายเจษฎา กล่าว

 

 

ด้าน น.ส.พนิดา มาลีนันท์ ซื้อคอนโดฯ ชั้นที่ 3 โดยทราบจากที่มีผู้โพสต์สอบถามไว้ที่หน้าเพจเฟสบุ๊คของโครงการ จึงเห็นว่าโครงการเกิดปัญหา โดย น.ส.พนิดา ทำงานอยู่บริเวณเมืองเอก จึงได้มาดูโครงการและพบว่าห้องถูกจองหมดไปแล้ว แต่เซลล์ได้มาพูดคุยพร้อมกับบอกว่า มีห้องขายฝากอยู่ถ้าต้องการให้จ่ายเพิ่มอีก 20,000 บาทจึงตัดสินใจซื้อไว้ และไม่ได้เอะใจว่าจะมีปัญหา ที่ผ่านมาแวะไปดูโครงการเรื่อยๆ แต่เวลาผ่านไปเกือบ 2 ปี ปรากกฏว่ายังไม่ก่อสร้าง และได้สอบถามไปโครงการก็ได้รับคำชี้แจงว่ายังไม่ผ่านด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) จนกระทั่งกลางปี 2559 คิดว่า ควรจะเริ่มสร้างได้แล้วแต่ก็ยังไม่สร้าง

ขณะนั้นเริ่มร้อนใจสอบถามอีก เขาชี้แจงว่า จะเริ่มสร้างปลายปี 2559 แต่พอถึงปลายปีก็ยังไม่สร้าง จึงสอบถามไปที่เพจเฟซบุ๊กได้รับคำชี้แจงว่าติดคดีอยู่แต่เขาเสนอทางเลือก 3 ทาง คือ ให้รอจดหมายชี้แจงเป็นทางการ การคืนเงิน หรือ ย้ายไปอยู่โครงการอื่น จึงเลือกรอฟังการชี้แจงเป็นทางการ เนื่องจากการซื้อผ่านเซลล์ไปนั้น หากแจ้งยกเลิกจะทำให้ขาดทุนทันที 20,000 บาท ซึ่งตนเองยอมรับไม่ได้ และล่าสุดได้ติดต่อไปยังโครงการอีกครั้งเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม หรือ ต้นเดือนเมษายน 2560 เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า หากจะรอจดหมายก็จะแจ้งให้ทราบ เมื่อเดือนเมษายน หรือ พฤษภาคม แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการชี้แจงเป็นทางการ

การเลือกซื้อคอนโดฯ ตั้งใจซื้อเพื่ออยู่อาศัย ไม่ได้ซื้อเก็งกำไร ส่วนตัวคิดว่าเหตุใดทางโครงการยังไม่ชี้แจง เป็นไปได้หรือไม่ โดยรอให้คนแจ้งยกเลิกจำนวนมากแล้วไปรอประกาศขึ้นราคารอบใหม่ในราคาที่สูงกว่าเดิม

"ขณะนี้ได้ไปร้องเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ไว้แล้วเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2560 เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยสคบ.รับเรื่องไว้ และจะติดต่อกลับ ซึ่งส่วนตัวอยากขอเงินคืนในฐานะเป็นผู้บริโภคเสียความรู้สึกอย่างมาก เพราะคิดว่าโครงการนี้ มีเจ้าของเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ และเราวางแผนไว้หมดแล้วว่า จะผ่อนเสร็จภายในระยะเวลากี่ปี จากนั้นจะซื้ออย่างอื่นสุดท้ายก็ล่ม อยากให้โครงการมีความชัดเจนมากกว่านี้ รวมถึงตัวเซลล์เองด้วยที่พูดปัดความรับผิดชอบไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็เกิดเรื่องแบบนี้" น.ส.พนิดา กล่าว

 

 

น.ส.สิรดาพัช ศรีชัง ผู้ซื้อคอนโดฯ ชั้นที่ 5 รับทราบปัญหาเมื่อเดือน มกราคม 2560 จากเพื่อนโทรมาบอก โดยเหตุผลที่เลือกซื้อเพราะใกล้บ้าน และราคาพอสู้ไหว โดยซื้อดาวน์ต่อจากเพื่อนที่ขายให้ และผ่อนมาเรื่อยๆ จนเหลือผ่อนอีก 5 งวดเท่านั้น ซึ่งรู้ว่าโครงการไปต่อไม่ได้จากเพื่อนที่ซื้อด้วยกัน สอบถามทางโครงการและขอคำแนะนำว่า ควรทำอย่างไรเมื่อเดือนมกราคมปีนี้ (2560) ทางโครงการเสนอ 3 ทางจึงขอหยุดดีกว่า และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมเรื่องยื่นฟ้อง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)

"ส่วนตัวรู้สึกใจเสียไปแล้ว เพราะโครงการไม่แจ้งตั้งแต่แรกว่าอะไรเป็นอะไร จึงตัดสินใจไม่เอาห้องเลย ขอทำเรื่องคืนซึ่งโครงการแจ้งว่าจะให้คืนภายใน 60 วัน แต่เมื่อพ้น 30 วันเราก็โทรถาม แต่ก็ยังไม่มีคำตอบ ผ่านไป 60 วัน ก็ยังไม่มีคำตอบ โทรกี่ที ก็ได้คำตอบว่ารอก่อน รอก่อน แต่ไม่รู้ว่าจะให้รออะไร ไม่มีอะไรคืบหน้า อยากรู้ความชัดเจนว่า คุณจะยุติโครงการหรือไม่ ลูกค้าจะได้รู้ว่าควรจะอยู่ต่อหรือจะต้องไป

อยากได้ความชัดเจน อยากได้ใจแลกใจ เพราะตอนซื้อ ก็ซื้อเพราะเชื่อใจ มันรู้สึกผิดหวัง ถามว่าทางโครงการมีปัญหาเราไม่ซีเรียส มันเป็นเรื่องของเขา แต่สิ่งที่เราต้องการคือความถูกต้องกับเรา สัญญากับเราแบบไหน ให้เราแบบนั้นได้หรือไม่ เราต้องการแค่นี้" น.ส.สิรดาพัช กล่าว

 

  

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ตรวจสอบที่หน้าเว็บไซต์โครงการพลัม พรีเมียม คอนโดฯ พบรายละเอียดข้อมูลโครงการ มีพื้นที่ขนาด 8 ไร่ เป็นอาคารชุดสูง 8 ชั้น จำนวน 4 อาคาร มีจำนวน ห้องชุด 948 ห้องชุด ขนาดห้อง 28 ตารางเมตร มีสระว่ายน้ำ 2 สระ ฟิตเนส และส่วนพักผ่อนขนาดใหญ่ มีกำหนดเริ่มก่อสร้างกลางปี 2558 และกำหนดแล้วเสร็จกลางปี 2560 โดยผู้สื่อข่าวได้ สอบถามไปที่ บริษัทพฤกษา เรียลเอสเตส เจ้าของโครงการพลัมคอนโด พรี่เมี่ยมฯ ซึ่งฝ่ายประชาสัมพันธ์บริษัท แจ้งเบื้องต้นว่า ฝ่ายบริหารจะนัดประชุมกันวันพรุ่งนี้ (11 พ.ค.2560)จากนั้นจะมีคำชี้แจงต่อกรณีที่เกิดขึ้น ภายในวันที่ 12 พฤษภาคม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน