ชวนผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนวันสุดท้าย ก.คลังยืนยัน ไม่ขยายเวลาแล้ว

ชวนผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนวันสุดท้าย ก.คลังยืนยัน ไม่ขยายเวลาแล้ว

ชวนผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนวันสุดท้าย ก.คลังยืนยัน ไม่ขยายเวลาแล้ว

รูปข่าว : ชวนผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนวันสุดท้าย ก.คลังยืนยัน ไม่ขยายเวลาแล้ว

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อย ลงทะเบียนรับสวัสดิการจากทางภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่าจะไม่มีการขยายเวลาการลงทะเบียนออกไปอีก

วันนี้ (15 พ.ค.2560) พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลเปิดให้ผู้มีรายได้น้อย ลงทะเบียนตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. เป็นต้นมา

ข้อมูล ณ วันที่ 11 พ.ค. มียอดรวมสะสม 12,416,000 คน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) มีประชาชนมาลงทะเบียนมากที่สุด รองลงมาคือธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ซึ่งปีนี้ผู้มีรายได้น้อยให้ความสนใจลงทะเบียนมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 4,000,000คน เฉลี่ยวันละ 320,000 คน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กำชับให้ผู้มีรายได้น้อยตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองและเงื่อนไขการลงทะเบียนให้ชัดเจน และรีบไปลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อลดปัญหาที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว เช่น ข้อมูลผู้ลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ หรือบางรายไม่ได้เปิดบัญชีกับธนาคาร ทำให้เสียสิทธิที่ควรได้รับ

ด้านนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังครบกำหนดเปิดรับลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ในวันนี้แล้ว กระทรวงการคลังจะไม่มีการขยายเวลาการลงทะเบียนอีกดังนั้นขอให้ผู้ที่ยังไม่ไปลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนได้ 5 จุด ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา สำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัด และสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร อีก 50 เขต

ส่วนการจัดสรรสวัสดิการให้กับผู้มีรายได้น้อย เบื้องต้นกระทรวงการคลังจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ในการช่วยเหลือ โดยสิทธิประโยชน์ที่ยืนยันแล้วว่ามีแน่นอน ได้แก่ บริการพื้นฐานรถเมล์ฟรี รถไฟฟรี สวัสดิการเกี่ยวกับค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า

ส่วนโครงการอื่นๆ เช่น ค่าแก๊สหุงต้ม ส่วนลดค่าน้ำมันเชื้อเพลิง รถไฟฟ้า รถทัวร์ระหว่างจังหวัด วงเงินใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ จะมีการพิจารณาตามมา โดยดูจากจำนวนผู้ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติและงบประมาณ ซึ่งจะได้ข้อสรุปและทยอยประกาศออกมาภายใน 2 เดือนข้างหน้า

 

กลับขึ้นด้านบน