ประเมิน 3 ปีคสช. ล้มเหลวแก้วิกฤติเศรษฐกิจ-ปากท้อง

ประเมิน 3 ปีคสช. ล้มเหลวแก้วิกฤติเศรษฐกิจ-ปากท้อง

ประเมิน 3 ปีคสช. ล้มเหลวแก้วิกฤติเศรษฐกิจ-ปากท้อง

รูปข่าว : ประเมิน 3 ปีคสช. ล้มเหลวแก้วิกฤติเศรษฐกิจ-ปากท้อง

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ประเมินผลงาน 3 ปีคสช.เชื่อมั่นนำประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตย ขณะที่นักการเมือง หลายพรรคใหญ่ ประเมินรัฐ สอบตกการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เรื่องปากท้องที่เป็นฐานรากของประเทศ

22 พ.ค.นี้จะครบรอบ 3 ปี ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เข้ายึดอำนาจและจัดตั้งรัฐบาลทหารในการบริหารราชการแผ่นดิน ทำให้บุคคลในหลากหลายแวดวงการเมือง ออกมาประเมินถึงผลการดำเนินงาน โดยเฉพาะการคลี่คลายปัญหาที่เป็นโจทย์ในการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยส่วนใหญ่ ฝ่ายการเมือง เห็นว่า คสช.ยังไม่สามารถตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ได้ และเห็นควรเร่งแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ขณะที่พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ เชื่อมั่นว่าคสช.จะเดินหน้าตามโรดแมปและนำพาประเทศสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยเร็ว

พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดบ้านพักปิ่นประภาคม เพื่อทำบุญถวายสังฆ ทาน เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดที่จะครบ 85 ปีแล้ว ยังได้ใช้โอกาสนี้ วิเคราะห์และประ เมินผลการดำเนินงานของ คสช.ในช่วง 3 ปีที่ผ่าน โดยเชื่อมั่นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินหน้าตามโรดแมป และคืนอำนาจให้ประชาชนตามหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตย เพื่อนำไปสู่ความสามัคคีปรองดองโดยเร็ว


ขณะที่ นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย เขียนข้อความในเฟชบุ๊กวิจารณ์การทำงานของ คสช. ช่วง3 ปีว่า ล้มเหลวด้านเศรษฐกิจ ประกอบกับมีความพยายามขยายโรดแมปออกไปอีก ความล้มเหลวที่เกิดขึ้น จึงเป็นความรับผิดชอบที่ไม่สามารถโทษใครได้ พร้อมย้ำว่ารัฐ บาลที่มาจากประชาชนย่อมฟังประชาชน แต่ คสช.กลับไม่เคยฟังประชาชน และไม่ยอมรับการตรวจสอบ

ขณะที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าภาพรวมก็มีทั้งเรื่องที่ทำได้ดี คือสถานการณ์ด้านความมั่นคง แต่ก็มีจุดที่ต้องแก้ไขปรับปรุง คือเรื่องการข่าวในสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนเรื่องที่ควรจะมีการดำเนินการเพิ่มเติม คือ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก ที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการให้ความสำคัญเป็นพิเศษ การปฏิรูปประเทศ ที่รัฐบาลต้องเร่งจัดลำดับความสำคัญปฏิรูปให้เป็นรูปธรรม และเรื่องการลงมือจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นโดยเสมอหน้ากัน

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ชี้ว่าการประเมินผลงานนั้นคสช.และรัฐบาล น่าจะเป็นคนตอบคำถามได้ดีที่สุด ตั้งแต่เรื่องปรองดอง การปฏิรูปประเทศ ปฏิรูปการเมือง เศรษฐกิจ สังคม แต่ 3 ปีแล้ว ยังไม่เห็นผล และที่สำคัญทั้งรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ยังไม่ส่งสัญญาณถึงการปฏิรูป พร้อมย้ำว่าปัญหาปากท้องถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกรัฐบาล และพื้นฐานของสังคมไทยต้องดูกลไกเกษตรเป็นสำคัญ

  

กลับขึ้นด้านบน