ก.ดิจิทัลฯ ย้ำรับมือมัลแวร์อย่าเปิดอีเมลที่ไม่รู้จัก

ก.ดิจิทัลฯ ย้ำรับมือมัลแวร์อย่าเปิดอีเมลที่ไม่รู้จัก

ก.ดิจิทัลฯ ย้ำรับมือมัลแวร์อย่าเปิดอีเมลที่ไม่รู้จัก

รูปข่าว : ก.ดิจิทัลฯ ย้ำรับมือมัลแวร์อย่าเปิดอีเมลที่ไม่รู้จัก

กระทรวงดิจิทัลฯ ย้ำอย่าเปิดอีเมลหรือไฟล์เอกสารที่ไม่รู้จักแหล่งที่มาและหมั่นสำรองข้อมูลสำคัญในฮาร์ดดิสก์อื่น หากพบว่าติดมัลแวร์ "WannaCry" รีบปิดเครื่องพร้อมแจ้งสายด่วน 1212 ทันที ขณะที่ โฆษก ตร.ยืนยันยังไม่พบโจมตีระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ในหน่วยงานต่างๆ

วันนี้ (15 พ.ค.2560) น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงฯ เร่งติดตามเฝ้าระวังปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดแล้ว ซึ่งในส่วนของประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายที่ร้ายแรงจากการติดมัลแวร์ "WannaCry" แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องดำเนินการในเบื้องต้น คือการป้องกันไม่ให้มัลแวร์ดังกล่าวเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราด้วยการไม่เปิดไฟล์เอกสารแนบของอีเมลโดยไม่จำเป็น และควรตรวจสอบแหล่งที่มาของไฟล์ที่ถูกส่งเข้ามาในอีเมล หรือช่องทางต่าง ๆ ให้แน่ใจก่อนเปิดอ่าน

น.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ที่สำคัญควรปรับปรุงระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ หรือ OS ของระบบวินโดว์ (Windows) ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด รวมทั้งควรสำเนาข้อมูลสำคัญต่างๆ ไว้ในฮาร์ดดิสต์อื่น อยู่เสมอ เพื่อเป็นการสำรองข้อมูล สำหรับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดนั้น กรณีผู้ใช้งานทั่วไปเมื่อผู้ใช้พบว่าคอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ดังกล่าวแล้ว ให้ปิดเครื่องและแจ้งผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน หรือแจ้งศูนย์ OCC หรือ โทร. 1212

ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มความระมัดระวังในการดาวน์โหลดไฟล์หรือข้อมูลต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อป้องกันการถูกมัลแวร์ชนิดนี้โจมตี

อีกทั้งให้ใช้ระบบสแกนไวรัสที่มีอยู่เป็นการป้องกันอีกทางหนึ่ง และให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) และสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) ตรวจสอบระบบภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตั้งแต่ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา

ซึ่งจากข้อมูลก็ยังไม่พบว่ามีผู้เข้ามาแจ้งความกับ ปอท.แต่อย่างใด รวมถึงยังไม่มีการถูกโจมตีด้วยมัลแวร์ตัวนี้ในเมืองไทย หรือแม้แต่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานราชการอื่นๆ แต่เพื่อความไม่ประมาท จึงต้องมีการแจ้งเตือนให้ประชาชนและหน่วยงานเพิ่มความระมัดระวังในการดาวน์โหลดโปรแกรมหรือข้อมูลต่างๆ ที่อาจมีความเสี่ยงได้

สำหรับวิธีการป้องกันในเบื้องต้น รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ควรสำรองข้อมูล Backup ไฟล์และติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและอัพเดทโปรแกรมต่างๆเสมอ แต่หากประชาชนถูกโปรแกรมดังกล่าวโจมตีเรียกค่าไถ่ สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ บก.ปอท. หรือ โทร 02 143 8448

และหลัง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์มีผลบังคับใช้ ก็มีความคืบหน้าร่างประกาศฯ กฎหมายลูก 5 ฉบับ ที่ขณะนี้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดทำร่างประกาศกระทรวง 5 ฉบับและเตรียมนำไปสู่การทำประชาพิจารณ์ ทั้งนี้โดยการทำร่างประกาศฯ จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จและประกาศใช้ภายในวันที่ 24 ก.ค.นี้

กลับขึ้นด้านบน