ปลุกผี ขุดคลองไทย " แนว 9 A" ตัดผ่าน 5 จังหวัด

ปลุกผี ขุดคลองไทย " แนว 9 A" ตัดผ่าน 5 จังหวัด

ปลุกผี ขุดคลองไทย " แนว 9 A" ตัดผ่าน 5 จังหวัด

รูปข่าว : ปลุกผี ขุดคลองไทย " แนว 9 A" ตัดผ่าน 5 จังหวัด

กลุ่มหนุน "คลองไทย” เตรียมยื่น 1 แสนรายชื่อ ให้รัฐบาลศึกษาโครงการแนว 9 A ผ่าน 5 จังหวัดเชื่อมอันดามัน – อ่าวไทย เบื้องต้นกำหนดความกว้างของคลองไว้ 400 เมตร ความลึก 30 เมตร เพื่อให้เรือใหญ่แล่นได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  5-6 พ.ค.ที่ผ่านมา สมาคมการค้าและอุตสากรรม ไทย – จีน ร่วมกับเครือข่ายคลองไทย จ.ตรัง จัดเวทีเสวนาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจและเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดย ดร.สถาพร เขียววิมล อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมการวิสามัญ เพื่อการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคลองคอดกระ (คลองไทย) บอกว่า หากมีการขุดคลองไทยได้จริง เรือขนส่งสินค้าจะแล่นผ่านคลองไทย โดยไม่จำเป็นต้องไปอ้อมผ่านช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนด้า และช่องแคบลอมบ๊อก ซึ่งปัจจุบันเรือขนสินค้าผ่านทางตอนใต้ของไทยปีละ 540,000 ลำ ผ่านไปยัง 3 ช่องแคบ ที่เป็นทางเดินเรือโลกที่ผ่านประเทศสิงคโปร์ โดยที่ไทยก็ไม่ได้รับประโยชน์ ถ้าสร้างคลองไทยในแนว 9 เอ เรือที่วิ่งไปยังช่อง แคบมะละกา ก็จะร่นระยะทางได้ 1,000 – 1,400 กิโลเมตร หรือประมาณ 2–3 วัน ซึ่งเรือขนาดใหญ่มีค่าใช่จ่ายวันละ 300 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าประกันสินค้า ถ้าลดเวลาในการขนส่งลงก็เท่ากับลดค่าใช่จากส่วนนี้ลงด้วย

ปัดฝุ่นขุดคลองไทยคู่ขนาน เชื่อมอันดามัน – อ่าวไทย


ส่วนพื้นที่ในการสำรวจโครงการขุดคลองไทย 9 เอนั้น ดร.สถาพร บอกว่า คณะสำรวจโครงการขุดคลองเห็นว่าแนว 9 เอ มีความเหมาะสมที่สุด เพราะไม่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ต่างจากแนว 2 เอ คือจ.ระนอง – จ.ชุมพร ที่เคยศึกษา แม้ว่าจะเป็นช่วงที่สั้นที่สุด แต่อยู่ใกล้กับพรหมแดนประเทศเมียนมา จึงเลือกแนว 9 เอ ซึ่งมีอุปสรรคเพียงมีเทือกเขาบรรทัดขวางเท่านั้น จึงกำหนดให้แนวคลองอยู่เหนือขึ้นไปเพื่อไม่ต้องตัดผ่านภูเขา

โดยคลองไทยกำหนดระยะทาง 135 กิโลเมตร เริ่มจากทิศตะวันตกฝั่งอันดามัน พื้นที่ปากคลองไทยจะอยู่บริเวณเกาะลันตา จ.กระบี่ และ ปางเมง อ.สิเกา จ.ตรัง และแนวคลองไทนยจะผ่าน อ.วังวิเศษ อ.ห้วยยอด อ.รัษฎา และเข้าเขตจ.นครศรีธรรมราช อ.ทุ่งสง อ.ชะอวด ผ่านเข้าเขตจังหวัดพัทลุง อ.ป่าพะยอม อ.ควนขนุน ทะเลน้อยซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ และตัดออกทะเลอ่าวไทยทิศตะวันออก ที่คลองแดน อ.ระโนด จ.สงขลา รวม 8 อำเภอ 24 ตำบล 94 หมู่บ้าน คาดว่ามีจำนวนประชากรที่ต้องอพยพ 63,441 คน

 

 

“ส่วนรูปแบบการก่อสร้าง การศึกษาเบื้องต้นกำหนดความกว้างของคลองไว้ 400 เมตร ความลึก 30 เมตร เพื่อให้เรือขนาด 500,000 ตันแล่นได้ ความห่างระหว่างคลองคู่ขนานห่างประมาณ 1,000 เมตร มีการสร้างสะพานข้ามคลองไทยตลอดแนว 5 แห่ง โดยรัฐจะต้องเวนคืนที่ดินจากประชาชนออกไป 4 กิโลเมตร ดินที่ได้จากการขุดคลองจะนำไปถมเป็นเกาะเทียม เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเมืองใหม่ โดยจะมีทั้งที่อยู่อาศัย โดยให้ประชาชนในพื้นที่เช่าในราคาถูก ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมต่อเรือ ซึ่งจะมีการจ้างงาน 2.5 ล้านตำแหน่ง ” ดร.สถาพรกล่าว

 

รวมกลุ่มหนุน 1 แสนรายชื่อเสนอรัฐบาล

 

พล.อ.ประดิษฐ์ บุญเกิด ในฐานะผู้แทนจากสมาคมการค้าและอุตสาหกรรมไทย – จีน  บอกว่า โครงการขุดคลองไทย ถือเป็นโครงการที่จะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศ หากผลักดันให้เกิดขึ้นจริงประเทศไทย จะกลายเป็นศูนย์กลางของพาณิชย์นาวีโลก และจะเกิดการพัฒนาทางการค้าและเศรษฐกิจให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาโครงการขุดคลองคอดกระ มีหลายรัฐบาลให้ความสนใจ แต่ปัญหาการเมืองภายในประเทศทำให้เรื่องนี้ไม่ถูกผลักดันต่อ

“ จากที่สมาคมฯเคยจัดเวทีรับฟังความเห็นในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้หลายครั้งพบว่า ประชาชนชาวภาคใต้มีความต้องการให้สร้างคลองไทย เพราะอยากเห็นการเปลี่ยน แปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ในภาคใต้ โดยคณะสำรวจศึกษาคลองไทย จะรวบรวมความคิดเห็นและรายชื่อของประประชาชนในพื้นที่ให้ได้ 1 แสนรายชื่อ เพื่อเสนอรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เดินหน้าศึกษาโครงการนี้อย่างจริงจัง” พล.อ. ประดิษฐ์กล่าว

 

 

ยอมรับกระทบพะยูน -ระบบนิเวศน์ทางทะเล


ดร.ชุมพล สุขเกษม คณะทำงานสำรวจโครงการขุดคลองคอดกระ หรือ คลองไทย กล่าวว่า การขุดคลองไทยมีความจำเป็นต้องเปิดร่องน้ำและขุดร่องน้ำลึงลงไป 30 เมตร ในแนวที่เป็นเส้นทางเดินเรือ ซึ่งต้องผ่านเกาะลันตา จ.กระบี่ และเกาะกระดาษ เกาะมุก เกาะไหง หาดเจ้าไหม จ.ตรัง ที่ปัจจุบันมีความลึกเพียง 25 เมตร จำเป็นต้องมีการขุดร่องน้ำเพิ่ม ซึ่งจุดนี้ส่วนที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเล โดยเฉพาะพะยูนที่อาศัยในบริเวณนี้ แต่ก็ต้องมีวิธี และมาตร การที่เข้ามาช่วยลดผลกระทบ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง นักวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า โครงการขุดคลองไทยแม้ว่าจะเป็นการศึกษาเบื้องต้น ก็ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะระบบนิเวศน์ทางทะเล ซึ่งถ้าเดินหน้าต่อรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับระบบนิเวศน์ทางทะเล ต้องศึกษาด้านวิทยา ศาสตร์ทางทะเลให้ได้ข้อมูลมากที่สุดก่อน ไม่เช่นนั้น จะกลายเป็นการตั้งโจทย์สมมุติ ฐานของระบบนิเวศน์ผิดทาง


“ อันดามัน มีมูลค่ามหาศาลในเชิงระบบนิเวศน์ทางทะเล เป็นปากแม่น้ำขนาดใหญ่ ตั้งแต่อ่าวพังงา อ่าวลันตา หาดเจ้าไหม แหล่งพะยูนฝูงใหญ่ก็อยู่ที่นั้น ไปจนถึงจังหวัดสตูลก็มีทั้งระบบนิเวศน์ แนวปะการังที่สวยงาม มีศักยภาพมากมายในวันข้างหน้า แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีการพูดในการศึกษาเบื้องต้น มีข้อมูลที่นำไปบอกประชาชนว่ามีข้อดีต่างๆ ไม่ได้พูดถึงข้อเสียเลยในแง่ระบบนิเวศน์ มีแต่บอกว่าเป็นผลกระทบ”

 

 

ชี้ขุดคลองไทย เปลี่ยนวิถีท่องเที่ยวอันดามัน


นายธีรพจน์ กษิรวัฒน์  นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเกาะลันตา กล่าวว่า โครงการคลองไทยควรมีการศึกษาผลกระทบในแต่ละด้านให้เรียบร้อยก่อนในระดับหนึ่ง ก่อนที่จะให้ข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่ เพราะเท่าที่ดูรายละเอียดยังเห็นไม่ชัดว่า ดินที่จะเอาไปสร้างเกาะ จะไปสร้างอยู่ตำแหน่งไหน การที่ยังไม่กำหนด ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าผลกระทบระดับไหน ดังนั้น โครงการวันนี้จึงแค่โครงการแค่เริ่มต้น ยังไม่ใช่ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ผู้สนับสนุนโครงการเอามาให้ชาวบ้านในพื้นที่ตัดสินใจ

ดังนั้น ผู้ที่ศึกษาควรทำความเข้าใจกับพื้นที่ก่อน ทะเลอันดามันมีจุดขายด้านการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ อันดามันไม่ใช่การท่องเที่ยวเชิงปริมาณ เพราะฉะนั้น คนที่มามาก ก็อยากมาเห็นธรรมชาติ ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าที่ค้าขาย เราไม่ได้เป็นเมืองท่าที่ขนส่งสินค้าสำหรับการค้าขาย ไม่เช่นนั้นเกาะมัลดิฟ ก็คงทำท่าเรือแล้ว แต่มัลดิฟ ก็ไม่ทำ เพราะการท่องเที่ยวก็คือการท่องเที่ยว 

 

กลับขึ้นด้านบน