นักวิจัยไซเบอร์ชี้เกาหลีเหนืออาจพัวพันไวรัสเรียกค่าไถ่

นักวิจัยไซเบอร์ชี้เกาหลีเหนืออาจพัวพันไวรัสเรียกค่าไถ่

นักวิจัยไซเบอร์ชี้เกาหลีเหนืออาจพัวพันไวรัสเรียกค่าไถ่

รูปข่าว : นักวิจัยไซเบอร์ชี้เกาหลีเหนืออาจพัวพันไวรัสเรียกค่าไถ่

สถานการณ์การระบาดของไวรัสเรียกค่าไถ่ WannaCry ทรงตัว แต่ยังสร้างความกังวลใจให้กับหลายประเทศอยู่ไม่น้อย ขณะที่คณะนักวิจัยด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์พบหลักฐานความเป็นไปได้ที่จะเชื่อมโยงระหว่างเกาหลีเหนือกับไวรัสตัวนี้

วันนี้ (16 พ.ค.2560) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แคสเพอร์สกี แล็บ เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า รหัสบางตัวของไวรัสคอมพิวเตอร์เรียกค่าไถ่ WannaCry เวอร์ชั่นก่อน มีความคล้ายคลึงกับรหัสที่ปรากฏในโปรแกรมของกลุ่มลาซารัส ซึ่งมีเกาหลีเหนือคอยบงการอยู่เบื้องหลัง แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าเกาหลีเหนือมีส่วนพัวพันกับการโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลกในครั้งนี้

ด้านคณะนักวิจัยยอมรับว่า ต้องทำการศึกษารหัสดังกล่าวอย่างละเอียดและอาจจะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางร่วมด้วย ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาจะติดตามการศึกษาในครั้งนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

ลาซารัสถือเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ที่มักจะก่อเหตุโจมตีระบบของสถาบันการเงินมากกว่าแฮกเกอร์กลุ่มอื่นๆ นอกจากนี้ ยังถูกกล่าวหาว่าเจาะระบบธนาคารกลางบังกลาเทศ เพื่อขโมยเงิน 81 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2 ,790 ล้านบาท เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว และการโจมตีระบบของบริษัทโซนี่ พิคเจอร์ส เมื่อปี 2557

การระบาดของไวรัสเรียกค่าไถ่ WannaCry ไม่ได้เป็นประเด็นเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์เท่านั้น แต่ยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับเรื่องการเมืองในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาลของประเทศต่างๆ เนื่องจากการโจมตีทางไซเบอร์ในครั้งนี้เป็นการใช้เครื่องมือจารกรรมระบบคอมพิวเตอร์ที่สร้างขึ้นโดยสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ซึ่งรั่วไหลออนไลน์เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

หน่วยงานด้านข่าวกรองของประเทศต่างๆ ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเก็บข้อมูลจุดอ่อนของซอฟท์แวร์ไว้เป็นความลับกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลดังกล่าวกับบริษัทด้านเทคโนโลยี เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต

ขณะที่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย มองว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางไซเบอร์ควรหารือเกี่ยวกับประเด็นนี้อย่างเร่งด่วน เพราะระบบจารกรรมข้อมูลหรือไวรัสที่หน่วยงานข่าวกรองสร้างขึ้น อาจสร้างปัญหาให้กับผู้คิดค้นมันในภายหลังก็ได้ คำถามที่ตามมา คือใครควรเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ หลังจากไวรัสเรียกค่าไถ่ส่งผลกระทบต่อระบบคอมพิวเตอร์มากกว่า 3 แสนเครื่องใน 150 ประเทศทั่วโลก

บริษัทไมโครซอฟท์ ระบุว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐอเมริกาควรรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นปัญหาของรัฐบาลในการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นช่องโหว่ต่างๆ เอาไว้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์ตอบโต้ว่าภารกิจหลักเบื้องต้นของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ คือเรื่องข่าวกรอง ดังนั้น การเก็บข้อมูลเรื่องเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่ในการต่อกรกับฝ่ายตรงข้าม

ส่วนพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระบาดของไวรัส WannaCry อย่างรวดเร็ว เนื่องจากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ละเลยการอัพเดทวินโดว์สและไม่ติดตั้งระบบความปลอดภัยในการคัดกรองข้อมูล

 

กลับขึ้นด้านบน