พบอุปกรณ์ตั้งเวลาประกอบระเบิดไปป์บอมบ์

พบอุปกรณ์ตั้งเวลาประกอบระเบิดไปป์บอมบ์

พบอุปกรณ์ตั้งเวลาประกอบระเบิดไปป์บอมบ์

รูปข่าว : พบอุปกรณ์ตั้งเวลาประกอบระเบิดไปป์บอมบ์

เหตุเสียงดังคล้ายระเบิดเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลและหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดระบุในเบื้องต้นไม่พบสารประกอบระเบิด แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดและพบตัวหน่วงเวลา คาดว่าเหตุที่หน้าโรงละครแห่งชาติเป็นการก่อเหตุระเบิดแบบไปป์บอมบ์

เมื่อวานนี้ (16 พ.ค.2560) เจ้าหน้าที่เทศกิจยังคงตรวจตราดูแลพื้นที่โดยรอบ โดยเฉพาะจุดเกิดเหตุที่มีเสียงดังคล้ายระเบิด เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมาที่ยังมีการกั้นพื้นที่ เพื่อรักษาพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจ เปิดเผยว่า มีการจัดกำลัง เพิ่มจุด และปรับความถี่เดินลาดตระเวนมากขึ้น แม้ระหว่างนี้ จะมีฝนตกก็ตาม เพื่อความปลอดภัยในการดูแลรักษาพื้นที่

ขณะที่ทั่วพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง ทหารและตำรวจร่วมกันลาดตระเวนทุก 1 ชั่วโมง และวางกำลังประจำจุด เพื่อเฝ้าระวังเหตุการณ์มากขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่เทศกิจเสริมกำลัง ตั้งจุดสังเกตการณ์ ร่วมกับตำรวจ ทั้งจุดที่เกิดเหตุ และด้านหลังโรงละครแห่งชาติ เพื่อป้องปรามเหตุและความสงบเรียบร้อย

ส่วนการตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดที่หน้าโรงละครแห่งชาติที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 15 พฤษภาคม ทำให้มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 คนนั้น เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง จนพบหลักฐานชิ้นสำคัญ คือไอซี ไทม์เมอร์ หนึ่งในชิ้นส่วนใช้ประกอบระเบิดไปป์บอมบ์ แบบตั้งเวลาตกอยู่ที่พื้นห่างจากจุดเกิดเหตุไปประมาณ 15 เมตร

อุปกรณ์ที่พบมีลักษณะคล้ายกับเหตุลอบวางระเบิดไปป์บอมบ์หน้ากองสลากเก่า ใกล้แยกคอกวัว เมื่อค่ำวันที่ 5 เม.ย. ทำให้ชุดสืบสวนสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากฝีมือผู้ก่อเหตุกลุ่มเดียวกัน และมีความเชี่ยวชาญประกอบระเบิดเป็นพิเศษ เนื่องจากระเบิดครั้งนี้มีขนาดเล็กกว่าระเบิดที่หน้ากองสลากเก่า หลังจากระเบิดแล้วทำให้หลักฐานต่างๆ ที่ใช้ประกอบระเบิดถูกทำลายไปหมดทั้งสารประกอบระเบิดและวัสดุที่ใช้หุ้มดินระเบิด

พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กล้องวงจรปิดทุกจุดรอบบริเวณที่เกิดเหตุ รวมทั้งรอบสนามหลวง สามารถใช้การได้ดี และจะประชุมร่วมกับกองอำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบพระบรมหาราชวัง (กอร.รส.) ในวันนี้ เพื่อประสานตำรวจฝึกอาสาสมัครคอยสังเกตบุคคลและสิ่งของที่น่าสงสัยให้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานมั่นคง กล่าวว่า มอบหมายให้ตำรวจพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยง จุดล่อแหลมต่อการเกิดอาชญากรรมและความมั่นคง เพื่อติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุด เห็นควรติดตั้งกล้องในรัศมี 2 กิโลเมตร จากท้องสนามหลวง รวม 204 จุด 498 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ 10 สน. โดยเตรียมขอสนับสนุนงบประมาณ 150 ล้านบาทจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

 

กลับขึ้นด้านบน