ภาคประชาสังคม ประเมิน 3 ปี คสช.แก้คอร์รัปชันไม่คืบ

ภาคประชาสังคม ประเมิน 3 ปี คสช.แก้คอร์รัปชันไม่คืบ

ภาคประชาสังคม ประเมิน 3 ปี คสช.แก้คอร์รัปชันไม่คืบ

รูปข่าว : ภาคประชาสังคม ประเมิน 3 ปี คสช.แก้คอร์รัปชันไม่คืบ

ในวงเสวนาคุยเรื่องโกงผ่านหนัง ได้พูดถึงความพยายามแก้ปัญหาคอร์รัปชันของรัฐบาล คสช.เกือบ 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าการแก้ปัญหายังไม่สามารถทำให้ไร้การคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนได้ ซึ่งเรื่องที่รัฐบาลต้องทบทวนคือกฎหมาย

วันนี้ ( 22 พ.ค.2560) ระหว่างการเสวนาคุยเรื่องโกงผ่านหนัง ซึ่งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย ร่วมกับภาคเอกชน จัดขึ้นเพื่อหวังปลูกฝังค่านิยมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ให้การแก้ปัญหาได้ผลอย่างยั่งยืน

นางเดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เห็นว่าประเทศไทยมักมุ่งแก้ปัญหาคอร์รัปชันที่การปราบปราม ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืน พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทำ 2 เรื่องหลักคือ เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อให้ภาคสังคมร่วมตรวจสอบการทุจริต แทนที่จะให้เป็นหน้าที่ของหน่วยงานเพียงไม่กี่แห่ง และขอให้ทบทวนกฎหมายที่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจ เพราะเชื่อว่าเป็นบ่อเกิดของคอร์รัปชัน

“นอกจากเรื่องการเปิดเผยข้อมูลแล้วซึ่งดิฉันคิดว่าสำคัญมาก คิดว่าอีกเรื่องคือ เรื่องกฎหมายที่เป็นแหล่งบ่มเพาะของการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะกฎหมายหลายๆฉบับให้อำนาจในการใช้ดุลยพินิจ และการใช้ดุลยพินิจนั้น เรียกสินบนหรือค่าใต้โต๊ะ ดังนั้นการทบทวนกฎหมายซึ่งเรามีกว่าแสนฉบับจะช่วยลดคอร์รัปชันได้อย่างมากและอย่างถาวร” น.ส.เดือนเด่น กล่าว

นายมานะ นิมิตรมงคง เลขาธิการการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ระบุว่าพอใจภาพรวมการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล คสช.ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาแต่รัฐบาลกลับไม่สามารถทำให้สังคมคลายข้อสงสัยกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวนายกรัฐมนตรีได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลยังไม่มีแนวทาง หรือมาตรการที่จะทำให้การแก้ปัญหาคอร์รัปชันเป็นไปอย่างยั่งยืน

“เรื่องที่เกี่ยวกับคนใกล้ตัวหรือวงในของนายกฯ ยังต้องปรับปรุงอย่างมาก และการทำงานของท่านจะได้ผลในระยะยาวหรือไม่ ตรงนี้ยังขาดอยู่ การต่อสู้กับคอร์รัปชันไม่ใช่แค่ว่าแก้เพื่อวันนี้ เอาหน้ากันแล้วผ่านไป แต่ว่าเราจะทำยังไงเพื่อไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกในอนาคต” นายมานะ กล่าว

ขณะที่นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชัน มองถึงทิศทางการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในช่วงเวลาที่เหลือของรัฐบาล คสช.ว่า ต้องเร่งขับเคลื่อนและออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องและสำคัญให้เสร็จลุล่วง ทั้งกฎหมายขัดกันแห่งผลประโยชน์ และการปรับปรุงการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อวางรากฐานให้กับรัฐบาลชุดต่อไป

กลับขึ้นด้านบน