"คลัง"ชงเสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกลุ่มรายได้น้อย

"คลัง"ชงเสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกลุ่มรายได้น้อย

"คลัง"ชงเสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกลุ่มรายได้น้อย

รูปข่าว : "คลัง"ชงเสนอเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุกลุ่มรายได้น้อย

กระทรวงการคลัง ชงเสนอแนวทางการเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อยให้ครม.พิจารณาขยายแหล่งเงินเข้าในกองทุนชราภาพ คาดอาจทำให้ได้รับเงินเพิ่มขึ้นเป็นเดือนละ 1,200-1,500 บาทต่อเดือน จากเดิม 600-1,000 บาทต่อเดือน

วันนี้(23 พ.ค.2560) นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง บอกว่า กระทรวงการคลัง จะได้เสนอแนวทางการเพิ่มเบี้ยคนชราให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยมีเงินเพียงพอต่อการดำรงชีพหลังจากอายุ 60 ปี หรือช่วงเกษียณ

โดยสาระสำคัญแนวทางการเพิ่มเบี้ยคนชราจะเพิ่มให้กับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยหรือที่เป็นคนจนเท่านั้น โดยจะขอความเห็นชอบจาก ครม.ขยายแหล่งเงินเข้าในกองทุนชราภาพที่มีอยู่เดิม ซึ่งจะมาจากความสมัครใจของผู้สูงอายุที่มีฐานะดีสละสิทธิ์รับเบี้ยคนชรา และโอนสิทธิ์ตรงเข้ากองทุนเพื่อนำไปเพิ่มให้กับคนแก่และคนยากจน จากปัจจุบันแหล่งเงินจะมาจากงบประมาณ 6-7 หมื่นล้านบาท ให้กับผู้สูงอายุทั้งหมด 8 ล้านคน

 

 


ปัจจุบันมีผู้รับเบี้ยชราภาพ 8 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้สูงอายุและมีรายได้น้อยราว 3 ล้านคนที่เหลือ 5 ล้านคนเป็นผู้สูงอายุที่มีฐานะดี หากมีการสละสิทธิ์จะนำไปเพิ่มให้กลุ่ม 3 ล้านคน ส่วนผู้สูงอายุที่ฐานะดีจะไม่ได้รับสิทธิ์เพิ่มเบี้ยให้ ถึงแม้ไม่ได้สละสิทธิ์รับเบี้ยดังกล่าวก็ตาม

ทั้งนี้ เบี้ยชราภาพปัจจุบันอยู่ที่ 600-1,000 บาทต่อเดือน ตามอายุของผู้สูงอายุ ซึ่งจะได้รับทุกคนไม่มีข้อยกเว้นเพราะเป็นไปตามกฎหมาย แต่ครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุฐานะดีบริจาคเข้ากองทุนและจะมอบเหรียญเชิดชูเกียรติให้กับผู้สูงอายุที่สมัครใจสละสิทธิ์

ส่วนเบี้ยชราภาพจะเพิ่มเท่าไรขึ้นกับจำนวนผู้ที่สละสิทธิ์ จากผลศึกษารายได้ที่ผู้สูงอายุจะได้รับไว้ใช้จ่ายในยามเกษียณจะอยู่ที่ราว 1,200-1,500 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ยังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการเพิ่มเติมให้ผู้มีรายได้น้อยที่มาลงทะเบียน โดยในสัปดาห์นี้จะประชุมกับกรมบัญชีกลาง เพื่อสรุปสวัสดิการผู้มีรายได้น้อย ขณะที่กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างตรวจสอบสิทธิ์ผู้ลงทะเบียนว่ามีตัวตนจริงหรือไม่

 




กลับขึ้นด้านบน