ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่

ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่

ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่

รูปข่าว : ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้ บังคับ “สแกนนิ้วมือ” ผู้เปิดใช้งานซิมการ์ดมือถือใหม่

ดีเดย์ 1 มิ.ย.บังคับใช้ระบบ “สแกนนิ้วมือซิมใหม่” มือถือระบบเติมเงินนำร่อง 3 จังหวัดภาคใต้ 2 อำเภอ จ.สงขลา กสทช.ชี้จำเป็นต้องยกระดับการแสดงตัวตนป้องกันธุรกิจสีเทาและจุดชนวนระเบิด ส่วนซิมมือถือปัจจุบันยังไม่บังคับ เร่งทำระบบลงทะเบียนซิมนักท่องเที่ยวต่างชาติ

วันนี้ ( 25 พ.ค.2560 ) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุายน 2560 ผู้ที่จะซื้อโทรศัพท์ระบบเติมเงินจะต้องจะสแกนลายนิ้วมือ เพื่อแสดงตัวตนว่าเป็นบุคคลที่ตรงกับสำเนาบัตรประชาชน และลายมือถือที่แสดงไว้กับกรมการปกครองหรือไม่ โดยจะเริ่มนำระบบนี้มาใช้จำนวน 30 เครื่อง แบ่งเป็นในกรุงเทพมหานคร ตั้งจุดให้บริการไว้ที่ห้างสยามพารากอนที่เดียว ซึ่งผู้ให้บริการแต่ละค่ายมือถือจะได้รับค่ายละ 1 เครื่อง และจะนำไปใช้ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 2 อำเภอ สงขลา ได้แก่ อ.นาทวี และอ.จะนะ รวม 25 เครื่อง ซึ่งค่ายมือถือจะกำหนดจุดให้บริการภายหลัง จากนั้นจะขยายให้ครบประมาณ 30,000 จุด ทั่วประเทศ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ปี

สำหรับเหตุที่ต้องให้สแกนลายนิ้วมือเพื่อยกระดับการยืนยันตัวตนและเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งาน รวมถึงจากปัญหาธุรกิจสีเทาซึ่งส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนทางการเงินในระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงธุรกิจออนไลน์ที่มีกระแสเงินนอกระบบไหลเวียน และเพื่อป้องกันหรือตรวจสอบได้หากมีการนำโทรศัพท์ไปจุดชนวนก่อเหตุระเบิดซึ่งที่ผ่านมามักเป็นการจุดชนวนจากเครื่องที่ใช้ระบบเติมเงิน

นายฐากร ระบุว่า กสทช.จะขอดูจำนวนยอดลงสแกนลายนิ้วมือก่อนในช่วงประมาณ 120 วัน หากยังไม่ครบก็จะขยายเวลาให้อีกระยะหนึ่ง และจะประเมินช่วงเวลาที่ระงับซิมนั้นๆ หากไม่ลงทะเบียน ซึ่งระบบสแกนลายนิ้วมือจะใช้กับซิมใหม่เท่านั้น ส่วนใครที่มีซิมเติมเงินปัจจุบันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องสแกนลายนิ้วมือ เนื่องจาก กสทช.สามารถตรวจสอบได้จากการลงทะเบียนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนอยู่แล้ว แต่ถ้าใครอยากจะสแกนก็ไปที่ค่ายมือถือขอเข้าระบบสแกนได้ เพียงแต่การสแกนเป็นการยกระดับเพิ่มมากขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ใช่เจตนาที่ต้องการล้วงข้อมูลส่วนบุคคล

ส่วนสถานการณ์ก่อการร้ายที่เกิดขึ้นหลายประเทศในโลก ขณะนี้ กสทช.อยู่ระหว่างวางระบบให้ลงทะเบียนแสดงตัวตนสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้าพักในประเทศไทยแบบระยะสั้นและระยะยาว โดยเฉพาะเพื่อให้ความช่วยเหลือหากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถตามช่วยเหลือได้ทัน หรือหากพบว่าเป็นบุคคลที่ฝ่ายความมั่นคงต้องการตัวก็สามรถติดตามตัวได้ รวมถึงหากรายใดใช้ให้คนไทยซื้อซิมให้แล้วนำไปก่อเหตุก็จะตรวจสอบจากผู้ที่เป็นตัวแทนในการซื้อได้เช่นกัน สามารถสืบหาตัวบุคคลได้เป็นทอดๆ

 

 

นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. สาธิตวิธีการลงทะเบียน พร้อมระบุว่า ผู้ที่จะซื้อซิมโทรศัพท์ใหม่ในระบบเติมเงิน ต้องใช้บัตรประจำตัวประชาชนลงทะเบียนเท่านั้น บัตรข้าราชการอื่นๆ จะใช้ไม่ได้ซึ่งจุดให้บริการของค่ายมือถือจะประกาศให้ทราบหลังจากนี้เมื่อแกนแล้ว ระบบฐานข้อมูลจะตรวจสอบว่าตรงกับการลงทะเบียนข้อมูลไว้กับกรมการปกครองหรือไม่ หากตรงกันก็ไม่มีปัญหาแต่หากข้อมูลไม่ตรงจะไม่สามารถซื้อซิมเติมเงินได้ โดยการทดลองใช้เวลาประมาณ 1 นาที ต่อ 1 คน

ผู้สื่อข่าวรายงาน ปัจจุบันมีเลขหมายโทรศัพท์ที่ใช้งานในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ประมาณ 120 ล้านเบอร์ รวมทั้ง 5 ค่ายมือถือ แต่ในจำนวนนี้มี 90 ล้านเบอร์ เป็นระบบเติมเงิน ส่วนการซื้อขายซิมระบบเติมเงินที่จะเริ่มใช้งานในวันที่ 1 มิถุนายน เป็นต้นไป ปกติจะมีซิมซื้อขายในระบบเฉลี่ยเดือนละ 3 ล้านเบอร์

 

กลับขึ้นด้านบน