นายพล "พ.-ช." ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด

นายพล "พ.-ช." ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด

นายพล "พ.-ช." ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด

รูปข่าว : นายพล "พ.-ช." ปฏิเสธอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด

2 ใน 3 นายพล ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า หลังถูกพาดพิงด้วยชื่อย่อ พล.อ."พ" และ พล.อ."ช" นั่นคือ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร และ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี

ไม่เพียงแต่เหตุระเบิด 3 ครั้ง ที่หน้ากองสลากฯ ที่โรงละครแห่งชาติ และที่โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นระเบิดการเมือง แต่ยังมีชื่อของอดีต 3 นายพล ที่เข้ามามีบทบาทางการเมืองและถูกตั้งข้อสังเกตว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ชื่อย่อว่า พล.อ."พ" ,พล.อ."ช" และ พล.อ."ส" โดยเชื่อมโยง ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดที่เกิดขึ้น โดยหนึ่งในนั้น พล.อ."พ" ถูกตีความว่าเป็น พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี อดีตรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ซึ่งหลายเหตุการณ์ก็ถูกหางเลขว่า มีส่วนเกี่ยวข้องแต่ล่าสุด ปฏิเสธกับไทยพีบีเอสแล้วว่า ไมได้อยู่เบื้องหลังกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นก่อนจะบ่นว่าตกเป็นจำเลยสังคมแทบทุกครั้ง และเมื่อถามถึงรูปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.พัลลภ ยืนยันว่า ไม่สามารถที่จะถอดรหัสของการก่อเหตุได้ โดยเฉพาะเหตุที่ต้องจงใจไปวางระเบิดไว้หน้าห้อง "วงษ์สุวรรณ"

ต้องยอมรับว่า พล.อ.พัลลภ เป็นอดีตนายทหารสายนักรบมาตลอดชีวิต และมีความโดดเด่นไม่น้อย เมื่อก้าวเข้ามาสู่ถนนการเมือง หลังจับมือกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ในยุคที่มีสโลแกนว่า ตาดูดาว เท้าติดดิน และเป็นหนึ่งในทางเลือกของพรรค ด้วยได้ชื่อเป็นนายทหารนักการเมือง แต่ตรงกันข้าม เมื่อเลือกเดินสายการเมือง ก็ทำให้ภาพสายสัมพันธ์ระหว่างกองทัพลดน้อยลงไป ในภาวะนี้

ไม่ต่างกับ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ออกกล่าวย้ำแล้วว่า ไม่ใช่ พล.อ."ช" ที่ตกเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิด หลังหลายฝ่ายก็จับจ้องและวิพาษก์วิจารณ์ ด้วยข้อสังเกตเดียวกัน ซึ่งไม่เพียงเพราะ พล.อ.ชัยสิทธิ์ เป็นญาติผู้พี่ของนายทักษิณ แต่ด้วยนามสกุลชินวัตร ก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ไม่สามารถแยกออกจากนายทักษิณได้

ขณะที่ พล.อ. "ส" อาจจะมีการพูดถึงนายทหารบางคนแล้ว แต่จากการตรวจสอบ พล.อ.ที่เป็นปริศนาและถูกกล่าวถึงนั้น ยังไม่ตอบรับ หรือปฏิเสธกับข่าวที่เกิดขึ้น จึงไม่สามารถระบุชัดได้ และภายใต้กระแสข่าวที่ว่านี้ มีข้อสังเกตว่า เส้นทางของเหล่าชายชาติทหาร จากรั้วโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ แม้จะรู้ทางเดินของกันและกัน แตน้อยนักที่จะเปิดเผยความจริงของอีกฝ่าย ด้วยยังคงยึดปรัชญา "ไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน" 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน