เร่งตามหา 3 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ - หวั่นหนังสือเดินทางชั่วคราวหมดอายุ อาจต้องจำคุกเมียนมา

เร่งตามหา 3 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ - หวั่นหนังสือเดินทางชั่วคราวหมดอายุ อาจต้องจำคุกเมียนมา

เร่งตามหา 3 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ - หวั่นหนังสือเดินทางชั่วคราวหมดอายุ อาจต้องจำคุกเมียนมา

รูปข่าว : เร่งตามหา 3 ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ - หวั่นหนังสือเดินทางชั่วคราวหมดอายุ อาจต้องจำคุกเมียนมา

ตำรวจท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา ค้นร้านคาราโอเกะ ที่ถูกระบุว่า 3 ผู้ต้องหาหลบหนีไปหลบซ่อนก่อนหายตัวไป พบกลุ่มผู้ต้องหาเคยเข้าทำงานในจังหวัดท่าขี้เหล็ก จนเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักเที่ยว ขณะที่หลายหน่วยงานหวั่นหนังสือเดินทางชั่วคราวหมดอายุ อาจต้องจำคุกเมียนมา

วันนี้ (31 พ.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร้านโอโซน สปา แอนด์ คาราโอเกะ ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ห่างจากพรมแดน ประมาณ 6 กิโลเมตร ถูกระบุว่าเป็นจุดสุดท้ายที่พบ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย น.ส.กวิตา ราชดา และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต 3 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น คดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริสรา กลิ่นจุ้ย พนักงานร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา จากนั้นหายตัวไป แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยและเมียนมา เชื่อว่าน่าจะยังหลบซ่อนในพื้นที่

มีรายงานว่า คืนที่ผ่านมา พ.ต.ท.เท่น วิน ผู้กำกับสถานีตำรวจท่าขี้เหล็ก พร้อมกำลัง 15 คน เข้าตรวจสอบร้านโอโซน สปา แอนด์ คารโอเกะ ซึ่งผู้จัดการร้านและพนักงานสาวของร้าน 8 คน ให้การตรงกันว่าพบผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เข้ามาพักในร้านช่วงกลางคืนของวันที่ 25 พ.ค. จากนั้นช่วงบ่ายวันที่ 28 พ.ค.ได้หายตัวไป

สำหรับร้านคาราโอเกะแห่งนี้ เดิมชื่อว่า สตาร์แทรค คาราโอเกะ บริหารงานโดยกลุ่มชาติพันธุ์ว้า โดยเช่าตึกต่อจากนายอา หลง แต่ประสบปัญหาการขาดทุน จึงให้กลุ่มคนไทยที่รับตัวผู้ต้องหา 3 คน ข้ามพรมแดนเช่าต่อ ตั้งแต่เดือน ม.ค.2560 ในราคา 180,000 บาทต่อเดือน โดยเปิดเป็นร้านอาหารและคาราโอเกะ มีการนำหญิงสาวชาวไทยเข้าไปเป็นพนักงาน

นอกจากนี้ยังพบว่า กลุ่มผู้ต้องหาเคยทำงานในจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา จนเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักเที่ยวและคนมีเงินในพื้นที่เป็นอย่างดี

ล่าสุดหลายฝ่ายเริ่มกังวลว่า หากเกินเวลา 21.00 น.ของวันนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน จะผิดตามกฏหมายเมียนมา ที่กำหนดว่าผู้ที่ถือหนังสือเดินทางชั่วคราว สามารถพำนักในพื้นที่จังหวัดท่าขี้เหล็ก ได้เพียง 7 วัน 6 คืน ในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตรจากแนวชายแดน ไทย-เมียนมา

เหมือนกรณีตำรวจเมืองมะละแหม่ง จับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อดีตอายุรแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ต้องหาหลบหนีหมายศาลจังหวัดเพชรบุรี ในคดีฆ่าผู้อื่น ลักทรัพย์ และค้ามนุษย์ ที่หลบหนีเข้าประเทศเมียนมาโดยผิดกฏหมาย และใช้บัตรประชาชนชาวเมียนมาปลอม และต้องโทษจำคุกที่นานกว่า 5 เดือน กระทั่งพ้นโทษเมื่อวันที่ 24 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา และถูกผลักดันออกนอกประเทศวันในถัดมา

 

กลับขึ้นด้านบน