เสนอปรับเงื่อนไขคลินิกครอบคลุมลูกหนี้

เสนอปรับเงื่อนไขคลินิกครอบคลุมลูกหนี้

เสนอปรับเงื่อนไขคลินิกครอบคลุมลูกหนี้

รูปข่าว : เสนอปรับเงื่อนไขคลินิกครอบคลุมลูกหนี้

ลูกหนี้ วอน ธปท.ผ่อนปรนคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคลินิกแก้หนี้ เหตุกังวลว่าอาจจะเสี่ยงเป็นหนี้เสียในอนาคต

นายสมชาย แก้ววานิช ผู้เข้ารับเข้าโครงการคลินิกแก้หนี้ เพราะหวังจะลดหนี้บัตรเครดิตจำนวน 10 ใบ และหนี้รถยนต์กว่า 600,000 บาท มีภาระผ่อน 40,000 บาทต่อเดือน ขณะที่มีรายได้เพียง 30,000 บาท แต่ต้องผิดหวังกลับไป เพราะสถานะยังไม่เป็นหนี้เสียและมีหนี้ที่กู้จากนอนแบงก์ ซึ่งไม่ตรงกับคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

ไม่เพียงแค่สมชาย แต่ยังมีลูกหนี้อีกจำนวนมากที่พลาดหวัง หรือประมาณ 800 ราย จากจำนวน 1,000 รายต่อวันที่ยื่นสมัครเข้าโครงการ มีเพียงแค่ร้อยละ 20 ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์จึงอยากให้กลุ่มลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นหนี้เสียรัฐเเก้หลักเกณฑ์ เพื่อช่วยให้คุณสมบัติที่กำหนดไว้ว่าต้องมีหนี้เสียกับสถาบันการเงินเท่านั้น ทำให้ลูกหนี้ส่วนใหญ่ที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท เข้าโครงการไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่เป็นลูกค้าหลักของนอนแบงก์

นายผ่องเพ็ญ เรืองวีระยุทธ ประธานกรรมการบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิทจำกัด (บสส.) ยอมรับว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย อยู่ระหว่างแก้กฏหมายให้สามารถเข้ามาแก้ปัญหาหนี้ของนอนแบงก์ได้ภายในปีนี้ เพราะมีลูกหนี้หลายแสนรายที่ติดต่อเข้ามาแต่ในจำนวนนี้มีถึงร้อยละ 40 ที่เป็นหนี้กับนอนแบงก์ ลูกหนี้ที่เข้าโครงการจะได้รับอัตราดอกเบี้ยแบบผ่อนผัน ร้อยละ 4-7 ตามระดับรายได้ ระยะผ่อนสูงสุด 10 ปี ทำให้อัตราการผ่อนต่อเดือนลดลงกว่าเดิม ที่ต้องเผชิญกับดอกเบี้่ยสูงถึงร้อยละ 18-24 ต่อปี แต่ต้องไม่เป็นหนี้เพิ่มเติมใน 5 ปี โดยผู้สนใจยื่นใบสมัครผ่านหลายช่องทาง ทั้งทางเว็บไซต์และสมัครด้วยตนเอง

ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า โครงการนี้เป็นการนำร่อง แต่พร้อมทบทวนเงื่อนไขในระยะต่อไป เพื่อขยายขอบเขตการช่วยเหลือ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ประเมินว่าลูกหนี้ที่สามารถเข้าโครงการได้มีถึง 500,000 คน และหากขยายขอบเขตไปถึงลูกหนี้กลุ่มนอนแบงก์ อาจมีลูกหนี้ที่เงื่อนไขโครงการสูงถึง 3,000,000 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน