ไขคำตอบ "เปรี้ยว” คดีฆ่าหั่นศพมีโทษถึงประหารชีวิต

ไขคำตอบ "เปรี้ยว” คดีฆ่าหั่นศพมีโทษถึงประหารชีวิต

ไขคำตอบ "เปรี้ยว” คดีฆ่าหั่นศพมีโทษถึงประหารชีวิต

รูปข่าว : ไขคำตอบ "เปรี้ยว” คดีฆ่าหั่นศพมีโทษถึงประหารชีวิต

คำสารภาพของ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม ยืนยันกับครอบครัวผู้ตายว่าไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุพร้อมขอรับโทษกับสิ่งที่ทำ ขณะที่การตรวจสอบกฎหมายเขียนไว้ว่า โทษสูงสุดคือประหารชีวิต แต่อาจจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของสำนวน

วันนี้ (5 มิ.ย.2560) ตำรวจควบคุม 3 ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพพนักงานสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในจ.ขอนแก่น รวม 8 จุด ท่ามกลางกำลังรักษาความปลอดภัยกว่า 3 กองร้อย และเป็นครั้งแรกที่ผู้ต้องหา น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆาตกรรมน.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย  หรือแอ๋ม พูดขอขมาครอบครัวของผู้ตาย ระหว่างถูกควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ บริเวณจุดฝังศพ ในอ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น

น.ส.ปรียานุช ยืนยันกับครอบครัวผู้ตายว่าไม่ได้ตั้งใจก่อเหตุพร้อมขอรับโทษกับสิ่งที่ทำลงไปซึ่งครอบครัวของผู้ตายบอกอโหสิกรรม และขอให้ผู้ก่อเหตุถูกลงโทษตามกฎหมาย

การก่อเหตุของผู้ต้องหา ที่เลือกอำพรางศพด้วยวิธีชำแหละ ซึ่งเป็นวิธีที่รุนแรงทำให้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้ง 8 จุด มีประชาชนมาติดตามจำนวนมาก ซึ่งตำรวจภูธรภาค 4 ต้องใช้ตำรวจควบคุมฝูงชนจำนวน 3 กองร้อย รักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวาย

การทำแผนประกอบคำรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้ง 3 คนคือ น.ส.ปรียานุช หรือเปรี้ยว น.ส.กวิตา ราชดา หรือเอิร์น และน.ส.อภิวัน สัตยบัณฑิต หรือแจ้ ถูกควบคุมตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังทั้งหมดถูกจับกุมได้ขณะหลบหนีอยู่ในจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา นานกว่า 11 วันที่

สอดคล้องกับผู้ต้องหา 2 คนที่ถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้คือนายวศิน นามพรมและ น.ส.จิดารัตน์ พรหมบุญ ทุกคนชี้จุดยืนยันตรงกัน ว่า น.ส.ปรียานุช เป็นผู้ลงมือฆ่า น.ส.วาริสรา  ก่อนทั้งหมดจะช่วยกันชำแหละศพภายในรีสอร์ท และไปนำฝัง ส่วนสาเหตุเกิดจากความขัดแย้งส่วนตัวและเกี่ยวพันกับยาเสพติด

แม้การทำแผนประกอบคำรับสารภาพจะยังไม่พบหลักฐานชิ้นสำคัญหลายอย่าง เช่นเลื่อยที่ใช้ในการชำแหละศพ แต่ตำรวจมั่นใจในพยานหลักฐานว่าจะสามารถเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ พร้อมระบุว่าผู้ต้องหาในคดีนี้มีเพียง 5 คน และไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพราะผู้ต้องหาทั้ง 5 คน มีประวัติเป็นผู้เสพและผู้ค้ารายย่อยในจังหวัดขอนแก่นเท่านั้น

 

เทียบคดี “ เปรี้ยว”คดีฆ่าหั่นศพในอดีต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ยีงไม่มีใครบอกได้ว่าผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ จะถูกลงโทษสถานใด ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล แต่กฎหมายเขียนไว้ว่า โทษสูงสุดคือประหารชีวิต อาจจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของสำนวน

นอกจากเทียบเคียงข้อกฎหมาย อาจจะเทียบเคียงกับคดีฆ่าหั่นศพในอดีตที่สังคมสนใจ ส่วนใหญ่ผู้ต้องหาถูกลงโทษประหารชีวิต แต่ถ้าปรับพฤติกรรมได้จะได้ลดหย่อน จนถึงปล่อยตัว
หลังจากทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จังหวัดขอนแก่นในวันนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปขออำนาจศาลจังหวัดขอนแก่น เป็นผัดแรก ซึ่งพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว

นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ระบุว่า คดีนี้ต้องมองที่สำนวนคดีเป็นหลัก ซึ่งหากผู้ต้งหาวางแผนไว้ล่วงหน้า ถือว่าเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีโทษหนักประหารชีวิต อย่างไรก็ตามพนักงานสอบสวนต้องทำงานอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมทั้งสองฝ่าย

ขณะที่พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า พนักงานสอบสวนให้น้ำหนักไปที่ประเด็น ความขัดแย้งส่วนตัว ระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิต มากกว่าประเด็นเกี่ยวกับขบวนการค้ายาเสพติด

เปิดแฟ้มคดีดัง หมอวิสุทธ์-เสริม 

จากการตรวจสอบพบว่า ในอดีตเคยมีคดีฆ่าหั่นศพ ที่สร้างความสะเทือนขวัญให้กับสังคมไทยมาแล้วหลายคดี อย่าง นายเสริม สาครราษฎร์ ก่อเหตุฆ่าหั่นศพแฟนสาว เมื่อปี 2541 แม้จะได้รับโทษประหารชีวิต ก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษหลายครั้ง และถูกปล่อยตัว รวมเวลาถูกจำคุก 13 ปี 9 เดือน

ขณะที่คดีของ นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ อดีตสูตินรีแพทย์ ฆ่าหั่นศพภรรยา เมื่อปี 2544 ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2550 ก่อนก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษ และได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 4 สิงหาคม 2557 รวมเวลาที่ถูกจำคุก 10 ปี 9 เดือน

 

กลับขึ้นด้านบน