ชาวเพชรบูรณ์ร้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เชื่อออกโดยมิชอบ-ทับที่ป่าชุมชน

ชาวเพชรบูรณ์ร้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เชื่อออกโดยมิชอบ-ทับที่ป่าชุมชน

ชาวเพชรบูรณ์ร้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เชื่อออกโดยมิชอบ-ทับที่ป่าชุมชน

รูปข่าว : ชาวเพชรบูรณ์ร้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เชื่อออกโดยมิชอบ-ทับที่ป่าชุมชน

ชาวเพชรบูรณ์ร้องเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ เชื่อออกโดยมิชอบ-ทับที่ป่าชุมชน ทีมข่าวไทยพีบีเอสติดตามการเข้าใช้พื้นที่ป่าของบริษัทเอกชนเพื่อปลูกยางพาในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และพบหลักฐานเป็นการออกเอกสารสิทธิ์ทับพื้นที่ป่าชุมชน ชาวบ้านจึงเข้าร้องเรียนกับหลายหน่วยงานให้เพิกถอน โดยมีข้อมูลว่า การออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้นเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับการออกเอกสารสิทธิ์ของบริษัทเอกชนรายใหญ่ที่กรมป่าไม้สงสัยว่าอาจเป็นการครองครอบโดยมิชอบ

ชาวบ้านกลุ่มนี้เคยเข้าร้องเรียนกับหลายหน่วยงานเพื่อให้ตรวจสอบและเพิกถอนการออกเอกสารสิทธิ์ นส.3 ทับพื้นที่ป่าชุมชนโคกกรุงบน ในต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ พวกเขาอ้างว่า เมื่อหลายปีก่อนมีนายหน้าเข้ามากว้านซื้อที่ดินเพื่อนำไปขายต่อให้นายทุน แต่เพิ่งพบหลักฐานเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาว่า มีการออกเอกสารสิทธิ์จำนวน 3 แปลงในพื้นที่ 40 ไร่ ทับพื้นที่สาธารณะ

"ผมไปยื่นหนังสือขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าการออกเอกสารสิทธิ์ทับป่าชุมชนของชาวบ้านมันถูกต้องหรือไม่ ชาวบ้านอยากให้เพิกถอนเสีย"  นายสมชาย คำขะ
สมาชิก อบต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์

หลักฐานทั้งภาพถ่ายทางอากาศและสำเนาหนังสือแสดงสิทธิการครอบครองเป็นสิ่งที่ผู้นำชุมชนใช้เป็นเอกสารนำไปแสดงต่อสำนักงานที่ดินหล่มเก่าเพื่อให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดินแปลงนี้ 

"ผมคาดว่าเป็นการออก นส.3 โดยไม่ชอบ เพราะว่าผู้ใหญ่บ้านก็ไม่ได้เซ็นต์ และเราได้ไปตรวจสอบหลักฐานกับสำนักงานที่ดินมาแล้วเชื่อว่าออกโดยมิชอบ"
ชัยชาญ คำยง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 15 ต.ศิลา อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์
 
เมื่อรู้ว่ามีพื้นที่สาธารณะที่ใช้เป็นป่าชุมชนถูกบริษัทเอกชนครอบครอง ชาวบ้านจึงตั้งเวรยามเพื่อดูแลพื้นที่ รวมทั้งติดป้ายแสดงว่าพื้นที่นี้เป็นป่าชุมชน นอกจากป่าชุมชนผืนนี้แล้ว ที่ดินใกล้เคียงเคยเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน แต่เมื่อปี 2526 มีนายหน้าจากพื้นที่อื่นเข้ากว้านซื้อและขายต่อให้นายทุน กระทั่งมีการออกเอกสารสิทธิ์เมื่อปี 2538 ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมีนายช่างเข้ามารังวัดที่ดินและมีการออกเอกสารสิทธิ์เป็นจำนวนมาก

จากการลงพื้นที่ของทีมข่าวไทยพีบีเอสพบวา ป่าชุมชนแปลงนี้อยู่ห่างจากพื้นที่การครอบครองของบริษัทศรีตรังรับเบอร์แพลนเทชั่น จำกัด ไม่มากนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่หน่วยพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ระบุว่า อาจเป็นครอบครองเอกสารสิทธิ์ในที่ดินไม่ชอบโดยกฎหมาย เนื่องจากการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ทั้งสองแปลงเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับและมีนายช่างรางวัดเป็นคนเดียวกัน ผู้นำชุมชนจึงสงสัยว่า อาจมีกระบวนการที่ทำให้การออกเอกสารสิทธิ์ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่


กลับขึ้นด้านบน