เพิ่มข้อหา “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ

เพิ่มข้อหา “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ

เพิ่มข้อหา “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ

รูปข่าว : เพิ่มข้อหา “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ

ตำรวจเพิ่มข้อหา “ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” 5 ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ มั่นใจสรุปสำนวนทันสั่งฟ้องภายใน 84 วัน เร่งประสานเมียนมาติดตามตัวผู้ช่วยเหลือผู้ต้องหาข้ามพรมแดน ขณะที่ ผบ.ตร.สั่ง ปส.ขยายผลว่าผู้ต้องหาเกี่ยวข้องค้ายาเสพติดข้ามชาติหรือไม่

เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2560 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบช.ภ.4) ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวน และ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 หัวหน้าชุดสอบสวน เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนและสอบสวนภาค 4 ร่วมกันประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีฆาตรกรรม น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย "แอ๋ม" พนักงานสถานบริการใน จ.ขอนแก่น 

จากการตรวจสำนวนการสอบสวนและประชุมร่วมกันทุกฝ่าย พบว่าการฆาตรกรรมนางสาววริศรา กลิ่นจุ้ย "แอ๋ม" เป็นการฆ่าที่มีการวางแผนและเตรียมการมาก่อน จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา 5 คน คือ น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย "เปรี้ยว" น.ส.กวิตา ราชดา "เอิร์น" น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต "แจ้" นายวศิน นามพรม และ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ "เบนซ์" ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากเดิมที่ถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และลอบฝังซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ปิดบังการตาย และปล้นทรัพย์ รับของโจร

ด้าน พล.ต.ต.ยรรยง เวชโอสถ ผู้บังคับบัญชากองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนภาค 4 ได้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อสืบเสาะเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา และคนใกล้ชิดของผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพว่าเชื่อมโยงอย่างไร และเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่า พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ พล.ต.ท. สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้ต้องหากับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติอีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งยืนยันว่าจะสรุปสำนวนสั่งฟ้องได้ภายใน 84 วัน

แหล่งข่าวจากกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อจับกุมเครือข่ายยาเสพติดที่ให้การช่วยเหลือ 3 ผู้ต้องหาให้หลบหนีไปตามสถานที่ต่างๆ ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยพบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นายธวัชชัย อ้อมชมภู "เก้า" อายุ 29 ปี ชาว ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีเครือข่ายค้ายาเสพติด บช.ปส. และถูกศาลจังหวัดปทุมธานีและศรีสะเกษ ออกหมายจับในคดียาเสพติดไว้แล้ว โดยเป็นเครือข่ายระดับกลางอาศัยอยู่แถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเข้ามาให้การช่วยเหลือในความสัมพันธ์ลักษณะใด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนขยายผล และประสานทางการเมียนมาให้ช่วยติดตามตัวนายธวัชชัยด้วย

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าในกรณี น.ส.กวิตา หรือเอิร์น หนึ่งในผู้ต้องหา มีเงินหมุนเวียนในบัญชีนับล้านบาทต่อเดือนนั้น มีความผิดปกติแน่นอน ซึ่งหากพบว่าเงินเหล่านี้ มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพัวพันกับการค้าเสพติดก็จะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม และอายัดทรัพย์สินดังกล่าวด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน