กห.สั่งกวดขัดซื้อ-ขายอาวุธสงคราม

กห.สั่งกวดขัดซื้อ-ขายอาวุธสงคราม

กห.สั่งกวดขัดซื้อ-ขายอาวุธสงคราม

รูปข่าว : กห.สั่งกวดขัดซื้อ-ขายอาวุธสงคราม

กองทัพบก มีคำสั่งเข้มงวด กวดขัน ตรวจเช็คการเบิกจ่ายอาวุธทุกชนิด ตามระเบียบ ว่าด้วยการตรวจอาวุธและสิ่งของประจำตัวทหาร ไม่ว่าจะอยู่ในรอบ ประจำวัน ประจำสัปดาห์ หรือประจำเดือน เนื่องจากยังคงพบว่า มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีการซื้อ-ขายอาวุธ โดยเฉพาะ 2 คดี

สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่เพียงแค่การเร่งติดตาม คดีระเบิดค้างเก่าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่หน่วยงานด้านความมั่นคง ยังต้องเร่งติดตามคดีการซื้อ-ขายอาวุธสงครามผ่านแอพพลิเคชั่น และ เฟชบุ๊ก รวมถึงคดีการค้าอาวุธสงครามระหว่างประเทศที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน หลังพบว่า มีกำลังพลของกองทัพเข้าไปพัวพันในคดีด้วย ในขณะเดียวกัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่งให้มีการตรวจสอบเส้นทางการซื้อ-ขายอาวุธสงคราม ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อค้นหาความเชื่อมโยง ทั้งในแง่ของกองทัพ และขบวนการเดียวกันหรือไม่

แม้ว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) จะยืนยันว่าแต่ละคดีไม่ได้เชื่อมต่อกัน คดีหนึ่งมีการซื้อขายอาวุธสงครามระหว่างประเทศ จากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่ง โดยใช้ไทยเป็นเส้นทางผ่านเพื่อส่งให้กับชนกลุ่มน้อยในพื้นที่ด้านตะวันตก สังเกตได้จากรูปลักษณ์ของอาวุธสงครามที่ยึดได้ ล้วนแต่เป็นกระสุนปืนชนิดที่ชนกลุ่มน้อยต้องการ

ที่น่าสนใจ คือการจับกุมเจ้าหน้าที่คลังอาวุธของกองพันทหารช่างที่ 1 รักษาพระองค์ ที่ซื้อ-ขายอาวุธสงคราม ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ และเฟซบุ๊ก ก่อนที่จะจัดส่งผ่านบริษัทขนส่งพัสดุเอกชนนั้น คดีนี้มีทหารเข้าไปพัวพันถึง 12 คน จากผู้ต้องหา 19 คน และแม้ว่าจะอยู่ในขั้นตอนสอบสวนของตำรวจ แต่กองทัพก็มีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบเฉพาะ ด้วยเกรงว่า อาวุธสงครามที่มีการซื้อ-ขายจะเล็ดลอด-รั่วไหล มาจากกองทัพ

แม้ว่ากองทัพ จะมีการตรวจสอบตามช่วงเวลาผ่านกรรมการของหน่วยและกรรมการส่วนกลางกองทัพอยู่ แต่ที่ผ่านมาก็ยังมีการเหตุซื้อ-ขายอาวุธสงครามผ่านเจ้าหน้าที่ควบคุมคลังอาวุธ เป็นเหตุกองทัพบก มีสั่งเข้มงวด-ปัดกวาดกองทัพ ด้วยการตรวจเช็คการเบิกจ่ายอาวุธทุกชนิด ตามระเบียบกองทัพบก ว่าด้วยการตรวจอาวุธ และสิ่งของประจำตัวทหาร ปี 2497 ตั้งแต่ประจำวัน ประจำสัปดาห์และประจำเดือน ให้มีความเข้มข้นมากที่สุด และในช่วงจังหวะรอยต่อการเปลี่ยนผ่านของบ้านเมือง รัฐบาล และ คสช. ก็จะใช้โอกาสนี้ กวาดล้างผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาวุธสงคราม หรือมีอาวุธสงครามไว้ครอบครองในทุกพื้นที่อีกครั้ง หลังจากที่ได้มีการกวาดล้างมาอย่างต่อเนื่อง นับแต่เข้ามาบริหารประเทศ เมื่อปี 2557

 

กลับขึ้นด้านบน