ปอท.แกะรอยแหล่งที่มา "3 แสนซิมการ์ด"ปั่นยอดไลค์

ปอท.แกะรอยแหล่งที่มา "3 แสนซิมการ์ด"ปั่นยอดไลค์

ปอท.แกะรอยแหล่งที่มา "3 แสนซิมการ์ด"ปั่นยอดไลค์

รูปข่าว : ปอท.แกะรอยแหล่งที่มา "3 แสนซิมการ์ด"ปั่นยอดไลค์

ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือปอท.ลงพื้นที่อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อหาแหล่งที่มาของซิมมือถือกว่า 3 แสนซิมที่ยึดได้จากชาวจีน 3 คนที่เข้ามาทำงานรับจ้างแชร์และปั่นยอดไลค์ เพื่อขยายผลขบวนการ

วันนี้ (15 มิ.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ลงพื้นที่สภ.อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสอบซิมการ์ดมือถือ กว่า 347,000 ซิม ที่ยึดได้จากชาวจีน 3 คนที่ถูกจับกุมใน จ.สระแก้ว พร้อมกับโทรศัพท์กว่า 500 เครื่องเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นผู้รับจ้างทำยอดไลค์ ปั่นยอดไลค์ ยอดวิว ในสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งนี้ แม้ว่าจะยังไม่พบความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และเอาผิดได้เพียงกรณีเป็นคนต่าง ด้าวลักลอบเข้ามาทำงานในไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ตำรวจต้องการหาแหล่งที่มาของซิมดังกล่าว   

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจ การโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. บอกว่า กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.สระ แก้ว จับกุมชาวต่างชาติพร้อมเครื่องโทรศัพท์เคลื่อนที่ ยี่ห้อไอโฟน และซิมโทรศัพท์ใหม่จำ นวนมาก นั้นทางสำนักงาน กสทช. ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อมูลแล้ว



เบื้องต้น พบว่า โทรศัพท์ที่นำมาใช้งานเป็นโทรศัพท์ยี่ห้อไอโฟน รุ่น 5 ซี และรุ่น 5 เอส ส่วนซิมโทรศัพท์นั้น เป็นซิมของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 ค่ายใหญ่ ได้แก่ ดีแทค ทรูมูฟเอช และเอไอเอส รวมทั้งหมดประมาณ 347,000 ซิม

ซึ่งเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. จะเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดว่าซิมโทรศัพท์ที่ตรวจพบนั้น มีการลงทะเบียนใช้งานถูกต้องหรือไม่ พร้อมทั้งเชิญผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง 3 ค่ายมาให้ข้อเท็จจริงที่สำนักงาน กสทช.

 



มีรายงานว่าวานนี้ (14 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ทรูมูฟ เอช ติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว เพื่อตรวจสอบซิมการ์ดแล้ว โดยได้ถ่ายโอนหมายเลข และรหัสซิมการ์ด ส่งเข้าสำนักงานใหญ่ เพื่อตรวจสอบว่า ซิมการ์ด จัดส่งไปที่สาขาใด และมีคนของบริษัทรู้เห็นด้วยหรือไม่

ขณะที่เอไอเอส และดีแทค ได้เริ่มเข้ามาตรวจสอบซิม ที่ตรวจยึดได้แล้วเช่นกัน หากทราบว่า ซิมทั้งหมดที่ยึดมาได้ มีที่มาจากไหน ก็จะสามารถขยายผลคดีเพิ่มเติมต่อไปได้

นายนฤพนธ์  รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายรัฐกิจสัมพันธ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่นหรือดีแทค บอกว่า ตามปกติแล้ว ลูกค้าไม่ว่าจะชาวไทยหรือต่างชาติ สามารถซื้อซิมการ์ดในปริมาณมากๆ ได้ ไม่ผิดกฎหมาย โดยลูกค้าชาวต่างชาติ สามารถใช้พาสปอร์ตซื้อได้ตามปกติ เบื้องต้นคาดว่า ซิมการ์ด ของผู้ต้องหาน่าจะซิมระบบเติมเงิน ที่ลงทะเบียนซื้ออย่างถูกต้อง


กลับขึ้นด้านบน