"กรมศิลปากร" รื้อสิ่งปลูกสร้างหน้าปราสาทเขาโล้น

"กรมศิลปากร" รื้อสิ่งปลูกสร้างหน้าปราสาทเขาโล้น

"กรมศิลปากร" รื้อสิ่งปลูกสร้างหน้าปราสาทเขาโล้น

ชาวบ้านยอมรับกรมศิลปากร รื้อเพิงด้านหน้า "องค์ปราสาทเขาโล้น" อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เปิดทางนักวิชาการเข้าขุดค้นปราสาทอีก 2 หลัง เพื่อเตรียมบูรณะ ร่วมกับปราสาทสด๊กก๊อกธม คาดใช้เวลา 2-3 ปีพร้อมเดินหน้าทวงคืนทับหลังเขาโล้น จากสหรัฐฯ

รูปข่าว : "กรมศิลปากร" รื้อสิ่งปลูกสร้างหน้าปราสาทเขาโล้น

กรณีพบทับหลังปราสาทเขาโล้น จ.สระแก้ว จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเอเชียชอง-มูน ลี ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างการทวงคืนสมบัติชาติรวม 133 รายการ เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้นำชุมชน พร้อมด้วย นายอารยันต์ ท่าใหญ่ นายอำเภอตาพระยา เพื่อหารือถึงแผนบูรณะปราสาทเขาโล้น 

 

นายเมธาดล บอกว่า ปราสาทเขาโล้นสร้างช่วงศตวรรษที่ 16 อายุราว 900 ปี ก่อนปราสาทสด๊อกก๊อกธมเล็กน้อย ด้านนอกมีบารายใหญ่ ซึ่งตามแผนนอกจากบูรณะให้สมบูรณ์แบบเหมือนในอดีต ยังต้องปรับภูมิทัศน์ โดยทำถนนเข้ามาที่ปราสาท ระยะทาง 2 กิโลเมตร รวมทั้งจะได้ประสานชาวบ้านเพื่อดูแลร่วมกัน คาดว่าสัปดาห์หน้าภายหลังรื้อถอนเสร็จ จะให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมขุดแต่งตามแบบทางวิชาการเพื่อเปิดฐาน ลึกลงไปประมาณ 1 เมตร เปิดให้ถึงชั้นเดิม

 

 

 

ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี ระบุว่า มีความเป็นไปได้อาจจะเจอปราสาทอีก 2 หลัง จากทั้งหมด มี 3 หลังด้วยกัน เป็นศิลปะสมัยลพบุรี ซึ่งหากขุดแต่งทั้งหมดจะเห็นภาพรวม จะพบหลักฐานต่างๆ เช่น วงกบ หินทราย ประตู ฐานรูปเคารพ ทั้งหมดจะนำมาออกแบบบูรณะเหมือนปราสาทสด๊อกก๊อกธม จากก้อนหินที่ปรักหักพังก็มาเป็นปราสาท ส่วนที่หายไปยังบอกไม่ได้ว่า มีอะไรบ้าง ต้องทำผังก่อน ซึ่งหลังทำแบบบูรณะแล้ว ก็จะเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เชี่ยวชาญช่วยกันดูอีกครั้ง

 

 

เบื้องต้นทางกรมศิลปากร ให้งบประมาณ 700,000 บาท เพื่อรื้อเพิงด้านหน้าที่ชาวบ้านได้ต่อเติมเป็นเพิงขึ้นมาเอง บริเวณหน้าองค์ปราสาทออกทั้งหมด รวมทั้งพระพุทธรูป ได้นำมาเก็บไว้ที่วัดปราสาทเขาโล้น จากนั้นจะทำแบบบูรณะและของบประมาณเพิ่มเติม คาดว่า จะใช้เวลา 2-3 ปี ก็แล้วเสร็จ ซึ่งปีสุดท้ายจะเป็นการก่อสร้างสิ่งอำนวยสะดวก เช่น ห้องน้ำ ลานจอดรถ และมีบารายขนาดใหญ่อยู่ ด้านทิศตะวันออกจะฟื้นฟูให้เป็นแหล่งน้ำต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน