ตร.สระแก้ว ตามล่าชาวจีนอีก 1 คนหลบหนีคดีพบซิมโทรศัพท์ 3.47 แสนเบอร์

ตร.สระแก้ว ตามล่าชาวจีนอีก 1 คนหลบหนีคดีพบซิมโทรศัพท์ 3.47 แสนเบอร์

ตร.สระแก้ว ตามล่าชาวจีนอีก 1 คนหลบหนีคดีพบซิมโทรศัพท์ 3.47 แสนเบอร์

รูปข่าว : ตร.สระแก้ว ตามล่าชาวจีนอีก 1 คนหลบหนีคดีพบซิมโทรศัพท์ 3.47 แสนเบอร์

ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามล่าชาวจีนอีก 1 คน ซึ่งหลบหนีคดีพบซิมโทรศัพท์ 347,000 เบอร์ และอุปกรณ์ไอทีเกือบ 40 รายการ ขณะที่ผู้ให้เช่าบ้านเผยพฤติกรรมกลุ่มนี้นอนกลางวัน ทำงานกลางคืน แต่ไม่รู้ทำอะไร จนเจอตำรวจไปจับ


วันนี้ (18 มิ.ย.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ตำรวจ สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จับผู้ต้องหาชาวจีน 3 คน พร้อมตรวจยึดของกลางเป็นอุปกรณ์เกี่ยวกับเทคโนโลยีรวมเกือบ 40 รายการ อาทิเช่น แผงอุปกรณ์เครื่องโทรศัพท์ที่เชื่อมต่อกันหลายเครื่องที่ยังอยู่ในสภาพใช้งานได้ และซิมโทรศัพท์ 3 ค่ายมือถือของไทย เอไอเอส ดีแทค และทรูมูฟ รวม 347,000 เบอร์ โดยชาวจีนทั้ง 3 คนอ้างว่ารับจ้างบริษัทจีนปั่นเพจสินค้าออนไลน์มาแล้ว 3 เดือน เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้ง 3 ข้อหา ประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต หลบเลี่ยงภาษีนำเข้าเครื่องโทรศัพท์ และนำเข้าเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ยังมีผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่ 1 คน

 

 

 

 

ผู้ให้กลุ่มคนจีนเช่าบ้านให้ข้อมูลกับไทยพีบีเอสว่า กลุ่มคนจีนมาเช่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2560 และขอทำสัญญา 6 เดือน ซึ่งปกติจะให้ทำสัญญา 1 ปี แต่ทางคนจีนขอร้องทำ 6 เดือน โดยอ้างว่าจะอยู่ไม่นานนักจะย้ายไปที่อื่นต่อ ซึ่งก็ยอมให้อยู่ แต่เก็บมัดจำล่วงหน้า 2 เดือน คิดค่าเช่ากับบ้านหลังอื่นเดือนละ 15,000 บาท ซึ่งขณะนี้ ค่าเช่าเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และบางส่วนของต้นเดือนมิถุนายนนี้ยังไม่ได้จ่าย และคิดว่าคงไม่ได้ค่าเช่าในส่วนนี้แล้ว

 

 

อย่างไรก็ตาม การอยู่อาศัยของคนกลุ่มนี้ พบว่ามีพฤติกรรมนอนกลางวัน ทำงานกลางคืน และทำให้มีคนในหมู่บ้านผิดสังเกต แจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบและนำไปสู่การจับกุม โดยพบข้อมูลว่ากลุ่มคนจีนเสียค่าไฟเฉลี่ยเดือนละกว่า 4,000-5,000 บาท ซึ่งแตกต่างจากบ้านอื่นๆ ที่ใช้ค่าไฟเฉลี่ยประมาณ 1,000 บาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นผลมาจากการเสียบสายชาร์ตอุปกรณ์มือถือ และปลั๊กไฟคอมพิวเตอร์ที่ต้องใช้ไฟต่อเนื่องวันละหลายชั่วโมง

"ไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไร เพราะไม่มีอะไรผิดสังเกต แต่ตอนที่มาขอเช่า มีผู้หญิงไทยคนหนึ่งติดต่อมา และมาวนเวียนที่บ้านที่เช่าด้วยช่วงแรกๆ ตอนที่เขาอยู่ก็ไม่เคยเห็นความผิดปกติ เพราะตอนเข้าบ้าน ก็เห็นหิ้วกระเป๋ามาคนละใบเท่านั้น ไม่รู้ว่าไปเอาอุปกรณ์และซิมโทรศัพท์มากมายเหล่านี้มาช่วงไหน และส่วนตัวก็ไม่ได้สังเกตอะไรมากนัก" เจ้าของบ้านเช่า กล่าว

 

 

เจ้าของบ้านเช่า กล่าวอีกว่า เคยมีช่วงแรกๆ ที่คนจีนขอที่อยู่ไป เพื่อจะให้บริษัทที่รับขนส่งพัสดุมาส่งของ เคยรับกล่องแทนอยู่ 2-3 ครั้ง แต่ไม่แน่ใจว่าจะใช่ซิมโทรศัพท์หรือไม่ เพราะปิดมาเรียบร้อย แต่เราก็เอะใจ และรู้สึกไม่สบายว่า คนต่างชาติมาอยู่ แต่ไม่รู้ทำอะไร หลังจากนั้น ก็แจ้งผ่านผู้หญิงไทยให้คนจีนติดต่อรับส่งพัสดุเอง เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็ไม่อยากไปมีส่วนร่วมรับผิดด้วย

"เมื่อคืนนี้ ตำรวจก็เชิญไปให้ปากคำและชี้ตัวบุคคลที่เป็นคนจีนอีกคน ผ่านรูปสำเนาพาสปอร์ตว่าตรงตัวกันหรือไม่ ก็ยืนยันไปว่าใช่ และเป็นคนที่ยื่นพาสปอร์ตมาตอนเข้าอยู่ แต่ตอนนี้ ตำรวจว่ายังหลบหนีอยู่" เจ้าของบ้านเช่า กล่าว

 

 

สำหรับการตรวจสอบที่มาซิมโทรศัพท์ 347,000 เบอร์ ขณะนี้ ค่ายมือถือทั้ง 3 บริษัท สแกนบาร์โค้ดซิมเสร็จสิ้น 100% แล้ว โดยทรูมูฟเป็นรายสุดท้ายทำเสร็จเมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้

 

 

ด้าน พ.ต.อ.วัสสพันธ์ ศิริกุลกมลฉัตร ผกก.สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า ยังต้องรอการประมวลผลจาก สำนักงานใหญ่ ว่า ซิมเหล่านี้ลงทะเบียนหรือไม่ และมีเส้นทางจากจังหวัดไหนบ้าง นอกเหนือไปจากบางส่วนซิมที่ กสทช.ตรวจพบว่ามาจากกัมพูชา ขณะที่วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทยอยจดข้อมูล และแยกซิมโทรศัพท์ของทั้ง 3 ค่ายมือถือ ออกเป็นกลุ่มๆ เพื่อให้ง่ายต่อการจำแนกคดีที่จะสอบสวน

สำหรับวันพรุ่งนี้ (19 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ กสทช.จะสรุปข้อมูลเบื้องต้นจากการลงพื้นที่ตรวจสอบที่ จ.สระแก้ว เพื่อรวบรวมเป็นรายงานเสนอต่อนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้ เพื่อรวบรวมข้อมูลส่งให้ตำรวจขยายผลการสอบสวน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน