เฝ้าระวัง ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนกลยุทธ์สร้างเหตุรุนแรง 3 จชต.

เฝ้าระวัง ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนกลยุทธ์สร้างเหตุรุนแรง 3 จชต.

เฝ้าระวัง ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนกลยุทธ์สร้างเหตุรุนแรง 3 จชต.

รูปข่าว : เฝ้าระวัง ผู้ก่อเหตุเปลี่ยนกลยุทธ์สร้างเหตุรุนแรง 3 จชต.

แม้ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของเดือนถือศีลอด จะเกิดเหตุรุนแรงครั้งใหญ่หลายครั้ง รวมถึงมีความพยายามของผู้ก่อเหตุที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์ในการสร้างเหตุรุนแรง ทั้งการนำกรวยสัญลักษณ์จราจรไปซุกซ่อนระเบิด หรือ ใช้ศาสนสถานเป็นพื้นที่นัดแนะวางแผนก่อเหตุรุนแรง

เสียงปืนที่ดังขึ้นภายในโรงเรียนมูลนิธิชุมชนอิสลาม บ้านปะแดลางา ต.ปุโละปุโย อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ทำให้นายอาแว เตาะสาตู ผู้นำศาสนา เสียชีวิต เป็นความรุนแรงล่าสุดที่เกิดขึ้นในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนถือศีลอด หลังในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุกราดยิงกลุ่มวัยรุ่นหาของป่าเสียชีวิต 3 คน บาดเจ็บ 2 คน และเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ของทหารใน อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี ทำให้ทหารเสียชีวิต 6 นายและบาดเจ็บ 4 นาย โดย พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เชื่อว่า กลุ่มก่อเหตุพยายามทุกวิถีทางเพื่อสร้างเหตุรุนแรงในช่วงนี้ โดยเฉพาะการทำร้ายผู้นำศาสนา แล้วโฆษณาชวนเชื่อว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างเหตุรุนแรงตอบโต้ พร้อมปลุกระดมแนวร่วมผู้หลงผิดว่าการก่อเหตุรุนแรงในช่วง 10 วันสุดท้ายจะได้บุญสูงสุด ทั้งที่ความจริงแล้ว ถือเป็นบาปหนักตามหลักการศาสนา

ปืนจำนวน 8 กระบอก และกระสุนจำนวนมาก ถูกเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ จ.ปัตตานี ยึดได้ระหว่างการเข้าติดตามตัวผู้ก่อเหตุกราดยิงเยาวชนที่หาของป่าใน อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อ 3 วันก่อน พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 5 คนซึ่งรับสารภาพว่าเป็นเจ้าของปืน แต่ปฎิเสธความเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ แต่จากการสอบสวนในเชิงลึกเชื่อว่า คนกลุ่มนี้พัวพันกับผู้มีอิทธิพลและธุรกิจมืด โดยให้การสนับสนุนด้านอาวุธแก่กลุ่มก่อเหตุรุนแรง ซึ่งอาวุธเหล่านี้ถูกนำมาจากนอกพื้นที่

ภาพวงจรปิดที่บันทึกวินาทีที่ผู้ก่อเหตุขโมยกรวยสีส้มสัญลักษณ์จราจรบนถนนหน้าร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ ใกล้ที่ว่าการอำเภอหนองจิก จ.ปัตตานี ถูกตั้งข้อสังเกตจากหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า ในช่วง 7 วันสุดท้ายของเดือนถือศีลอดผู้ก่อเหตุอาจปรับเปลี่ยนกลยุทธการก่อเหตุ หลังเคยนำกรวยสัญลักษณ์การจราจรมาซุกซ่อนระเบิดใน อ.เทพา จ.สงขลา แต่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเสียก่อน นอกจากนี้ยังว่า ผู้ก่อเหตุอาศัยจังหวะในช่วง 10 วันสุดท้ายที่ชาวไทยมุสลิมจำนวนมากเดินทางไปประกอบศาสนกิจที่มัสยิดต่างๆ โดยปะปนไปกับบุคคลทั่วไป แล้วใช้พื้นที่ศาสนสถานในการวางแผนก่อเหตุ เพื่อหลบเลี่ยงการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากจะเป็นการรบกวนการประกอบศาสนกิจ อีกทั้งศาสนสถานเป็นพื้นที่เปราะบางต่อความรู้สึกของคนทั่วไป

อย่างไรก็ตาม พล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ระบุว่า แม้ในเดือนรอมฎอนปีนี้จะเกิดเหตุรุนแรงขึ้นหลายครั้ง แต่จากสถิติพบว่า ในช่วง 3 สัปดาห์ของเดือนถือศีลอดปีนี้ เหตุรุนแรงลดลงจากปีที่แล้ว ประมาณร้อยละ 40 และผู้ก่อเหตุเลือกที่จะใช้ระเบิดเป็นหลักในการสร้างเหตุรุนแรง

 

 

กลับขึ้นด้านบน