ลุ้นขอผ่อนผันกฎหมายเดินเรือบังคับใช้ 23 มิ.ย.นี้

ลุ้นขอผ่อนผันกฎหมายเดินเรือบังคับใช้ 23 มิ.ย.นี้

ลุ้นขอผ่อนผันกฎหมายเดินเรือบังคับใช้ 23 มิ.ย.นี้

รูปข่าว : ลุ้นขอผ่อนผันกฎหมายเดินเรือบังคับใช้ 23 มิ.ย.นี้

ชาวบ้านริมน้ำ จ.สมุทรสงคราม กังวลต่อการบังคับใช้ พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ที่จะมีผลบังคับใช้พรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) โดยขอให้ระบุความชัดเจนในการผ่อนผัน พิจารณาหลักเกณฑ์การจัดระเบียบพื้นที่ริมน้ำใหม่

วันนี้ (22 มิ.ย.)นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.กระทรวงคมนาคม บอกว่า แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า จะเลื่อนการบังคับใช้ประกาศตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 17 พ.ศ. 2560 ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย.นี้ ออกไปในกรอบเวลาเท่าใด แต่เบื้องต้น ยืนยันว่า จะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์ของกฎหมายฉบับนี้ ให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนก่อน โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาอีกครั้ง

นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า กล่าวว่า แม้กฎหมายจะเริ่มบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ แต่ในทางปฏิบัติ กรมเจ้าท่าจะยังไม่ดำเนินการใดๆ ต่อการเก็บค่าปรับสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนให้มีการทบทวนเรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ค่าปรับ

โดยก่อนหน้านี้ กรมเจ้าท่าได้เสนอมาตรการแก้ปัญหา เพื่อลดผลกระทบในการบังคับใช้กฎหมาย 3 ประเด็น คือ 1 ค่าปรับ 2.ค่าตอบแทนรายปี และ 3. การขยายระยะเวลาการแจ้ง โดยข้อเสนอทั้งหมด กระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้พิจารณา และเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาอีกครั้ง โดยยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่า จะชะลอการบังคับใช้ออกไปจนถึงเมื่อใด

โดยวันนี้ ซึ่งจะเป็นวันสุดท้ายที่กรมเจ้าท่า จะเปิดให้ผู้ครอบครองสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ ทั้งบ้านเรือนและกระชังปลา ไปแจ้งลงทะเบียนต่อกรมเจ้าท่าในท้องที่ ก่อนที่ข้อบังคับตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย จะเริ่มบังคับใช้ 

ชุมชนริมน้ำ ขอทบทวนเกณฑ์กฎหมาย 23 มิ.ย.นี้

ขณะที่ชาวตำบลบางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม กว่าร้อยละ 80 เป็นชาวประมงพื้นบ้าน เมื่อกลับจากจับสัตว์น้ำต้องอาศัยท่าเทียบ นำสัตว์น้ำที่จับได้ขึ้นฝั่ง เพื่อนำไปขาย นี่จึงเป็นวิถีชีวิตที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น

ชาวประมงคนนี้ บอกว่า ติดตามท่าทีของรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำ ตามกฎหมายการเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 17 ปี 2560 มาอย่างต่อเนื่อง และรู้สึกผิดหวังที่ข้อเรียกร้องของประชาชนพื้นที่ริมน้ำในจังหวัดต่างๆไม่เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีก่อนครบ120 วัน ที่ประชาชนซึ่งมีสิ่งปลูกสร้างล่วงล้ำลำน้ำต้องยื่นขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า ตามกฎหมาย ซึ่งหากไม่ดำเนินการภายในกำหนด จะมีโทษทั้งปรับและจำคุกถึง 3 ปี

 

นายวิสูตร นวมศิริ อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่10 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม บอกว่า ต้องการให้ทบทวน เพราะวันนี้ครบ 120 วันแต่บอกจะขยายให้ แต่ยังไม่เห็นความชัดเจนเป็นตัวหนังสือและอยากให้อยู่ในกระบวนการแก้ไขกฎหมาย

เช่นเดียวกับ นางจันทนา แสงเครือ บอกว่า ไม่สบายใจเพราะเพียงแต่พูดว่าอาจจะผ่อนผัน อยากให้แก้ไขทบทวนใหม่เพราะพื้นที่ริมน้ำชาวบ้านอยู่มานานแล้ว

ทั้งนี้ตามมาตรา 18 กำหนดระยะเวลาให้ประชาชนที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำต้องแจ้งขออนุญาตจากกรมเจ้าท่า ภายใน 120 วัน ซึ่งตามกำหนดแล้วคือ ภายในวันที่ 22 มิถุนายนหรือวันนี้

หากไม่แจ้งตามกำหนดเวลาคือภายในวันนี้ ต้องเสียค่าปรับ และค่าเช่า ตามอัตราที่กำหนดในกฎหมาย และมีโทษจำคุก 3 ปี และเสียค่าปรับเพิ่ม 2 เท่า จากข้อกำหนดเดิม ซึ่งกำหนดไว้อยู่ที่ตารางเมตรละ 500-10,000 บาท

กลับขึ้นด้านบน