ทส.แจง "พะยูง"ล้มทับบ้าน 3 เดือน-รออนุญาตตัดเพราะเป็นไม้หวงห้าม

ทส.แจง "พะยูง"ล้มทับบ้าน 3 เดือน-รออนุญาตตัดเพราะเป็นไม้หวงห้าม

ทส.แจง "พะยูง"ล้มทับบ้าน 3 เดือน-รออนุญาตตัดเพราะเป็นไม้หวงห้าม

รูปข่าว : ทส.แจง "พะยูง"ล้มทับบ้าน 3 เดือน-รออนุญาตตัดเพราะเป็นไม้หวงห้าม

โฆษก ทส. แจงความล่าช้าขั้นตอนตัดไม้พะยูง ที่ล้มทับบ้านของชาวบ้านกาฬสินธุ์นาน 3 เดือนเพิ่งได้ตัดออก เนื่องจากไม้พะยูง เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ต้องขออนุญาตจากกรมป่าไม้ พร้อมวาง 2 แนวทางลดขั้นตอนเหตุต้นไม้ล้มช่วงหน้าฝน

วันนี้(26 มิ.ย.2560) นายประลอง ดำรงค์ไทย โฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือทส. บอกว่า กรณีต้นพะยูงล้มทับบ้านชาวบ้านใน จ.กาฬสินธุ์ นาน 3 เดือนไม่สามารถตัดออกได้ เนื่องจากไม้พะยูง เป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 หากมีการตัดโดยไม่ได้แจ้งขออนุญาตจากรมป่าไม้ถือว่าผิดกฎหมาย

โดยกรณีนี้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.)รายงานว่าเจ้าของบ้านมาแจ้งเรื่องไว้แล้ว แต่ตามกฎระเบียบการตัดไม้หวงห้าม ต้องมีเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดิน เพื่อรับรองว่าไม้หวงห้ามนั้นไม่ได้มีการลักลอบออกมาจากป่า ซึ่งเจ้าบ้านยังไม่ได้นำเอกสารหลักฐานมาแจ้ง เนื่องจากน้องชายของเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวนำโฉนดที่ดินไปเข้าไว้ที่ธนา คารอาคารสงเคราะห์ ทสจ. จึงยังไม่สามารถตัดไม้ที่ล้มได้ จนกว่าจะมีเอกสารยืนยัน ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เข้าตัดต้นพะยูงที่ล้มทับบ้านเรียบร้อยแล้ว

นายประลอง บอกว่า ส่วนไม้พะยูง ต้องรอพิสูจน์สิทธิ์ให้เรียบร้อยก่อน จึงยังเป็นไม้ของกลาง แต่ทส.เตรียมจะใช้แนวทางชั่วคราว ช่วงฤดูฝน และหน้ามรสุม 2 แนวทาง คือ หากมีเอกสารครบถ้วน หน่วยงานสามารถเร่งตัดต้นไม้ที่ล้มได้ทันที และหากไม่มีเอกสารเช่นเดียวกับกรณีนี้ ชาวบ้านสามารถแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ได้ แล้วให้หน่วยงานตัดไม้หรือเคลื่อนย้ายไม้ได้ทันที

แต่หากเป็นไม้หวงห้ามจะต้องเก็บไว้เป็นของกลาง เพื่อตรวจพิสูจน์สิทธิ์จนกว่าเจ้าของบ้านจะนำเอกสารไปยืนยันครบถ้วน ถึงจะเคลื่อนย้ายไม้กลับไปได้ ถือเป็นแนว ทางที่ช่วยลดขั้นตอนให้เร็วขึ้นและไม่ยุ่งยาก โดยในระยะยาวจะมีการปรับแก้ไขข้อกฎหมายให้ดีขึ้นและทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน

กลับขึ้นด้านบน