รฟท.สั่งชะลอเบิกเงินโอที 1.2 แสนบาทนายสถานีปัตตานี

รฟท.สั่งชะลอเบิกเงินโอที 1.2 แสนบาทนายสถานีปัตตานี

รฟท.สั่งชะลอเบิกเงินโอที 1.2 แสนบาทนายสถานีปัตตานี

รูปข่าว : รฟท.สั่งชะลอเบิกเงินโอที 1.2 แสนบาทนายสถานีปัตตานี

การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท.ชะลอการเบิกจ่ายเงินโอทีนายสถานีปัตตานี 1.2 แสนบาท รอผลตรวจสอบความถูกต้องอีก 1 สัปดาห์ พร้อมแจงเจ้าหน้าที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย และงานหนักเพราะอยู่ระหว่างปรับปรุงราง เชื่อไม่เกี่ยวปัญหาทุจริต

กรณีสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งคำถามเรื่องการเบิกเงินค่าตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติ หรือ โอที ประจำเดือนพ.ค.ของนายสถานีรถไฟปัตตานี ที่พบว่าเบิกติดต่อกัน 24 วัน คิดเป็นการเบิกโอทีถึง 102,271 บาท

วันนี้ (27 มิ.ย. 2560) นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ รองผู้ว่าการกลุ่มธุรกิจการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ รฟท. บอกว่า ขณะนี้ การรถไฟมีโครงการในการปรับปรุงซ่อม แซมระบบราง ตั้งแต่สถานีหาดใหญ่ ถึงสถานีสุไหงโก-ลก ซึ่งบางสถานีจะต้องเข้าปรับปรุงพื้นที่ในเวลากลางคืน ขณะที่สถานีรถไฟปัตตานี เป็น 1 ในสถานีที่เป็นพื้นที่เสี่ยงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีก 4 อำเภอในจังหวัดสงขลา รวม 10 สถานี จึงมีนายสถานีประจำการเพียงสถานีละ 1 คนเท่านั้น โดยจะปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.


และเมื่อมีโครงการปรับปรุงทางรถไฟ ซึ่งเป็นโครงการพิเศษ ทำให้นายสถานีต้องมีความรับผิดชอบต่อเนื่อง และต้องอยู่ประจำสถานี ตลอดช่วงระยะเวลาในการปรับปรุงเส้นทาง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน เกิดความเสียหายของสถานี นายสถานีคนนั้นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายให้แก่การรถไฟ จึงสามารถเบิกค่าทำงานล่วงเวลาได้ตามสิทธิ

 


นายทนงศักดิ์ บอกว่า หลังถูกตั้งคำถาม จึงสั่งการให้ชะลอการเบิกจ่ายโอที ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง จนกว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากรณีดังกล่าวอาจเกิดจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับรายละเอียดการเบิกจ่ายค่าล่วงเวลา ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งได้ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวแล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนปรับปรุงระเบียบการเบิกจ่ายค่าโอที เพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น คาดว่าระเบียบใหม่นี้ จะแล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน


“ ปัจจุบัน รฟท. มีพนักงานและลูกจ้างประมาณ 11,000 คน จากเดิมที่มีประมาณ 16,000 พันคน เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรีในปี 2541 มีคำสั่งให้ รับพนักงานใหม่ได้ไม่เกินร้อยละ 5 ของผู้เกษียณอายุ เพื่อแก้ปัญหาขาดทุน ยอมรับว่า ทำให้ไม่เพียงพอต่อภาระที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ในอนาคต ยัง มีโครงการก่อสร้างระบบรางอื่นๆ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ที่จะต้องใช้บุคลากรอีกกว่าร้อยละ 20 หรือเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ปัจจุบัน 20,000 คน”

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย ระบุว่า ขั้นตอนการเบิกเงินค่าตอบแทนการทำงานเกินเวลาทำงานปกติ หรือ โอที นั้นหน่วยงานหรือที่เรียกว่า กองต่างๆของการรถไฟฯ จะต้องทำหนังสือแสดงเจตจำนงถึงผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย พร้อมระบุภารกิจที่จะต้องปฏิบัติงาน วันที่ และช่วงเวลาให้ละเอียด ในการขอเบิกค่าโอที เช่น หากระบุการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการตั้งแต่ 16.30 – 20.00 น. และหากปฏิบัติงานเกินเวลา 20.00 น.จะไม่สามารถเบิกโอทีได้อีกโดยหนังสือดังกล่าวจะสามารถเบิกโอมีได้ต่อเมื่อผ่านการพิจารณาจากผู้ว่า รฟท.

 

 

คาด 1สัปดาห์รู้ผลตรวจสอบเบิกโอที

 

ด้านนายอำพล ทองรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อัตราค่าล่วงเวลาที่เบิกจ่าย คิดตามฐานเงินเดือน หากเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวมีการปฏิบัติงานล่วงเวลาจริง ตามสิทธิก็สามารถขอเบิกค่าล่วงเวลาได้ตามสิทธิที่ควรได้รับ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาที่ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการเบิกจ่ายป็นไปตามระเบียบหรือไม่ และมีคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาหรือไม่ หากไม่มีคำสั่ง แต่มีการปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องตรวจสอบว่ามีการ ปฏิบัติงานในช่วงเวลานั้นๆ จริงหรือไม่ และต้องให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานคนดังกล่าว

ด้วยนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นอำ นาจหน้าที่ที่คณะกรรมการรถไฟฯ และผู้บริหารการรถไฟจะต้องตรวจสอบ เบื้องต้น ได้กำชับว่าจะต้องมีการเบิกจ่ายที่ถูกต้อง เพราะกรณีดังกล่าวหลายฝ่ายมีข้อสังเกตว่าเป็นการเบิกจ่ายที่ไม่สมเหตุสมผล ซึ่งอาจเกิดจากข้อผิดพลาดในการเบิกจ่ายโอที การลงบันทึก หรืออาจเป็นการทุจริต และอาจเป็นการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพของการรถไฟ ซึ่งเบื้องต้นได้สอบถามไปยังการรถไฟ และคาดว่าจะมีคำตอบอีกครั้งภายใน 1 สัปดาห์

 

กลับขึ้นด้านบน