ชุดพญาเสือหอบหลักฐาน"สวมตั๋วช้างป่า" ส่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

ชุดพญาเสือหอบหลักฐาน"สวมตั๋วช้างป่า" ส่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

ชุดพญาเสือหอบหลักฐาน"สวมตั๋วช้างป่า" ส่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

รูปข่าว : ชุดพญาเสือหอบหลักฐาน"สวมตั๋วช้างป่า" ส่ง DSI รับเป็นคดีพิเศษ

ชัยวัฒน์ หัวหน้าชุดพญาเสือ หอบหลักฐานร้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ ให้รับเรื่องการสวมตั๋วช้าง และส่งช้างไปต่างประเทศของวังช้างชื่อดัง ใน จ.พระนครศรีอยุธยา รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากเป็นผู้มีอิทธิพล

วันนี้ (28 มิ.ย.2560) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดปฏิบัติชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เดินทางเข้ายื่นเอกสารต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แจ้งความดำเนินคดีเรื่องการสวมตั๋วรูปพรรณช้างป่าและช้างบ้าน ให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ มารับเรื่อง

นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นที่นำมาร้องให้ดีเอสไอรับไปเป็นคดีพิเศษ เพื่อดำเนินการต่อมี 2 ประเด็น คือ การส่งออกช้างไปต่างประเทศ ในกรณีที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด ได้ขออนุญาตส่งช้างออกไปนอกราชอาณาจักร โดยอ้างนำไปแสดงนิทรรศการเป็นการชั่วคราว ที่สวนสัตว์โคโลญ ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2549 โดยได้รับอนุญาตให้ส่งไป 5 เชือกโดยมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 6 ล้านบาท โดยกำหนดตามกฎหมายให้ทำสัญญาปีต่อปี แต่ขณะนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลา 11 ปี ช้างทั้ง 5 ตัวก็ยังไม่ได้นำกลับมา และทางวังช้างอยุธยาแลเพนียด ก็ไม่ยอมให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ริบเงินประกัน โดยมีการอ้างสถาบันเบื้องสูงในการดำเนินการในครั้งนี้ด้วย

กังขาส่งช้าง 5 เชือกไปเมืองโคโลญ ยังไม่ถูกส่งกลับ 

นอกจากนี้ตรวจสอบยังพบว่า ช้างที่ส่งออกไป 5 ตัวเป็นตัวเมียทั้งหมด และพบมีการตกลูก 3 ตัว โดยไม่มีการแจ้งกรมอุทยานฯ ถือเป็นการผิดเงื่อนไขการอนุญาต เมื่อพิจารณาแล้วน่าจะมาจากการผสมเทียม โดยอาจมีการนำเอาน้ำเชื้อจากประเทศไทย ถือเป็นการลักลอบส่งออกสัตว์ป่าคุ้มครอง ผลิตตามอนุสัญญาไซเตส รวมทั้งยังพบมีการแจ้งเอกสารเท็จเกี่ยวกับช้างที่ส่งไป ทั้งหมดผิดตาม พรบ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ฐานนำเข้า-ส่งออก ช้าง สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และประมวลกฎหมายอาญาใช้เอกสารเท็จ

ขณะที่ยังมีประเด็นที่วังช้างอยุธยาแลเพนียด ครอบครองช้างป่า เนื่องจากกรมอุทยานฯได้นำกำลังเข้าตรวจสอบ หัวหินทีค ใน ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบช้างสีดอชื่อ “พลายเกาะพญาเพ็ชร” และ “พลายทีจี” พบว่า มีรูปตั๋วรูปพรรณไม่ถูกต้อง มีการสวมรอยรูปพรรณจากช้างป่าเป็นช้างบ้าน ต่อมา เจ้าของช้างได้พาช้างหลบหนีมาอยู่ที่วังช้างแลเพนียด

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบถึง 3 ครั้งผลยืนยันชัดเจนว่าดีเอ็นเอช้างไม่ตรง กับตั๋วรูปพรรณ โดยทางเจ้าของวังช้างแลเพนียด ได้โวยวาย พร้อมทั้งข่มขู่เจ้าหน้าที่ ระบุจะมีการนำช้างไปประท้วงที่ทำเนียบรัฐบาล จะให้มีการย้ายอธิบดีกรมอุทยานฯ ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ฐานครอบครองช้าง สัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และตามประมวลกฎหมายอาญา ฐานใช้เอกสารเท็จ หมิ่นสถาบัน ข่มขู่ ดูหมิ่นเจ้าพนักงานในขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงขอให้ดีเอสไอ รับเรื่องเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยอมรับว่ากำลังและอำนาจของกรมอุทยาน อาจจะไม่สามารถสู้รบกับเจ้าของวังช้างแลเพนียด ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลได้ แม้จะพยายามทุกวิถีทางแล้วก็ตาม

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ทางดีเอสไอ จะรับเรื่องและเร่งพิจารณา โดยมอบให้ฝ่ายสำนักคดีคุมครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม รีบตรวจสอบเอกสารหลักฐาน หากเข้าข่ายจะรีบส่งต่ออธิบดีดีเอสไอ ให้รับเป็นคดีพิเศษ และดำเนินการโดยเร็วที่สุด

กลับขึ้นด้านบน