พล.อ.อุดมเดช ย้ำติดตามคดี "สะมะแอ ท่าน้ำ"

พล.อ.อุดมเดช ย้ำติดตามคดี "สะมะแอ ท่าน้ำ"

พล.อ.อุดมเดช ย้ำติดตามคดี "สะมะแอ ท่าน้ำ"

รูปข่าว : พล.อ.อุดมเดช ย้ำติดตามคดี "สะมะแอ ท่าน้ำ"

"พล.อ.อุดุมเดช " ยืนยัน จนท.ไทยติดตามความคืบหน้าคดีที่นายสะมะแอ ท่าน้ำ อดีตผู้นำพูโล ถูกทางการมาเลเซีย ควบคุมตัวข้อหาครอบครองอาวุธสงครามเพราะถือเป็นคนไทย

หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ย้ำว่าจะประสานกับกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ไขหลักเกณฑ์จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่รัฐติดตามและรับทราบข้อมูลนาย สะมะแอ ท่าน้ำ อดีตผู้นำพูโล ที่ถูกทางการมาเลเซียควบคุมตัวมาตลอด เพราะถือเป็นคนไทย

หลังเป็นประธานการประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลครั้งที่ 4 /2560 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ย้ำถึงกรณีนายสะมะแอ ท่าน้ำ อดีตแกนนำขบวนการพูโล ที่ถูกตำรวจมาเลเซียจับกุมตัวนั้น ทราบว่าถูกตั้งข้อกล่าวหาในการครอบครองอาวุธสงครามซึ่งเป็นขั้นตอนของมาเลเซียที่ดำเนินการ ยันว่าเจ้าหน้าที่ไทยได้ติดตามความคืบหน้าหลังจากที่ถูกควบคุมตัว เพราะถือว่าเป็นคนไทยคนหนึ่ง

สำหรับความคืบหน้าการพูดคุยสันติสุขอยู่ระหว่างการดำเนินการโดยเน้นให้ทางการมาเลเซีย ประสานกับกลุ่มผู้เห็นต่างให้ตรงตัว และ ตรงกับวัตถุประสงค์ในการพูดคุย รวมทั้งอยู่ระหว่างการเดินหน้าพูดคุยพื้นที่ปลอดภัย และการตั้งคณะทำงานเฉพาะพื้นที่ หรือ JAC ซึ่งจะต้องให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วม

พล.อ.อุดมเดช ย้ำว่า โครงการพาคนกลับบ้านเป็นโครงการที่ดี แต่ก็มีบางคนมองในอีกแง่มุมและไม่ควรใช้คำที่ผิดเพี้ยนว่าโครงการพาโจรกลับบ้าน ซึ่งไม่ใช่เรื่ิองที่ถูกต้อง เพราะโครงการเป็นการให้โอกาสคนที่พร้อมจะกลับตัว กลับใจ และผู้ร่วมโครงการไม่ได้ก่อคดีร้ายแรงถึงขั้นต้องลงโทษอาญา ทั้งนี้การคัดกรองและฝึกอบรมจะต้องมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้น พร้อมเน้นการหารือกับกระทรวงการคลัง ขับเคลื่อน เศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อสอดคล้องกับโครงการสามเหลี่ยมมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืน ที่จะดำเนินการเป็นรูปธรรมในปี 2563

นอกจากนี้ยังหารือในเรื่องของการเยียวยาทั้งเจ้าหน้าที่รัฐ ครอบครัวผู้หลงผิด และผู้ได้รับผลกระทบ โดยจะพิจารณาแก้ไขกฎหมายให้ใช้กฎหมายกลางเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะในบางกรณีมีข้อวิจารณ์ว่าเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำเกินกว่าเหตุ

ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช ย้ำว่า กล้องซีซีทีวี ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลมุ่งเน้นในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาอาจเกิดปัญหาจากสภาพอากาศ และการตั้งใจทำลาย โดยจะแก้ไขและจัดหากล้องให้มีคุณภาพตามนโยบายรัฐบาล

 

กลับขึ้นด้านบน