"Aqua Dome" สัมผัสมิติใหม่โลกใต้ทะเลภูเก็ต

"Aqua Dome" สัมผัสมิติใหม่โลกใต้ทะเลภูเก็ต

"Aqua Dome" สัมผัสมิติใหม่โลกใต้ทะเลภูเก็ต

รูปข่าว : "Aqua Dome" สัมผัสมิติใหม่โลกใต้ทะเลภูเก็ต

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต เปิด “Aqua Dome” สร้างทางเลือกนักท่องเที่ยวสัมผัสชีวิตสัตว์น้ำระบบนิเวศทางทะเลภูเก็ต หวังปลุกจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าปี 61 คนเข้าชม 3.3 แสนคน

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2560 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดกิจกรรมเปิดโลกนิทรรศการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และพิธีเปิดส่วนขยายสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ภูเก็ต (Aqua Dome) ภายในงานมีนักเรียน หน่วยงานภาคเอกชน ผู้ประกอบการ เครือข่ายอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน

 

 

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ในด้านความสวยงามของท้องทะเล จึงได้ให้การสนันสนุน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ดำเนินการก่อสร้างส่วนขยาย จ.ภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการเผยแพร่ความรู้ ด้านทรัพยากรทางทะเลชายฝั่ง ผ่านการจัดแสดงเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพิ่มเติมจากสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเดิม

“ปัจจุบันท้องทะเลไทยกำลังเผชิญกับปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีความเสื่อมโทรม ซึ่งทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือแก้ไขกันอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้น การพัฒนาองค์ความรู้ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ประโยชน์ที่ถูกต้อง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดจิตสำนึก อยากจะอนุรักษ์ดูแลรักษา เพื่อให้ดำรงค์อยู่และยั่งยืน”

 

 

นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวว่า การจัดงานดังกล่าวว่า เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผ่านนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยมีเป้าหมายในการสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และการใช้ประโยชน์ที่ถูกต้องและยั่งยืน

โดยอาคารส่วนขยายสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างจำนวน 80 ล้านบาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างในเดือน มี.ค. 2558 และสร้างแล้วเสร็จในเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ภาคในอาคารประกอบด้วยห้องจัดแสดงความรู้เรื่องสัตว์ทะเลน้ำลึก ซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่หายากในท้องทะเลไทย ผ่านม่านหมอกควัน ช่วยเสริมสร้างจิตนาการ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เข้าชม

 

 

และอีกส่วนหนึ่งคือ ห้องจัดแสดงหลักในโรงภาพยนต์แบบ 180 องศา ทำให้ผู้ที่เข้าชมสัมผัสถึงความสวยงามของท้องทะเลไทยได้อย่างใกล้ชิด โดยเน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

สำหรับอาคารดังกล่าวจะมีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพ เผยแพร่ความรู้ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการตลาดของการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย ภูเก็ต อีกทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นหล่งได้มีจิตสำนึกรักและหวงแหนทรัพยากรทางทะเล” นายศักดิ์ดา ระบุ

 

 

น.ส.ราตรี สุขสุวรรณ์ หัวหน้าสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต กล่าวถึง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต ( Phuket Aquarium ) ก่อตั้งมา 30 ปี นับตั้งแต่ปี 2526 ซึ่งศูนย์กลางการเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตทางทะเลมีทั้งพันธุ์สัตว์น้ำจืดและน้ำเค็มมากกว่า 100 ชนิด เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวใน จ.ภูเก็ต ที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ในแต่ละวันมีผู้เข้าชมประมาณ 300-400 คน โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมผู้ปกครองจะพาบุตรหลานเข้ามาชมกันเป็นจำนวนมาก

จุดขายที่สำคัญของสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ยังคงเป็นอุโมงค์ใต้น้ำที่มีพันธุ์ปลาจำนวนมากให้ชม เช่น ปลาฉลาม ปลาหมอทะเล ปลาไหลไฟฟ้า และอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีนักดำน้ำให้อาหารปลาในอุโมงค์สร้างสีสัน ความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ที่เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่วลา 11.00-11.30 น. รวมทั้งยังมีการจัดนิทรรศการเกี่ยวกับสัตว์ทะเล เส้นทางการศึกษาธรรมชาติ ซึ่งทำให้ได้สัมผัสของป่าโกงกาง และสิ่งมีชีวิตริมชายหาดอย่างใกล้ชิด เป็นต้น

 

 

น.ส.ราตรี กล่าวเพิ่มอีกว่า เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และอนุรักษ์สัตว์น้ำทะเล ในปีนี้ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำได้มีการเพิ่มส่วนขายสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภูเก็ต หรือ “Aqua Dome” ขึ้น ซึ่งมีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดแสดงใช้แสง สี เสียง ในรูปแบบ ด้วยระบบมัลติมีเดียแบบ Fog Screen ภาพยนตร์ 180 องศา ผู้ที่เข้าชมก็จะได้ รู้จัก เรียนรู้สัตว์ทะเลหายาก

 

 

คาดหลังจากเปิดให้เข้าชม “Aqua Dome” จะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเพิ่มมากขึ้น และหลากหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา และนิวิจัยที่ต้องการศึกษาชีวิตสัตว์ทะเลในรูปแบบใหม่

น.ส.ราตรี ยังกล่าวอีกว่า รายได้จากการจัดเก็บค่าเข้าชมว่า ปี 2558 นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าชมประมาณ 350,000 คน ขณะที่ในปี 2559 ที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติเข้าชมประมาณ 300,000 คน ทำรายได้ 20 ล้านบาท หักเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ภายในสถานแสดงฯ ประมาณกว่า 18 ล้านบาทต่อปี

 

 

นอกจากนี้ ด้วยราคาที่ประหยัดเนื่องจากเรียกเก็บค่าเข้าชมในราคาถูกกว่าศูนย์แสดงสัตว์อื่นๆ เนื่องจากต้องการให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ จึงคาดว่าจะสามารถดึงดูุดผู้เข้าชมได้มากขึ้น โดยตั้งเป้าปี 2561 รายได้ปีหน้าเติบโตที่ร้อยละ 10 คนเข้าชมไม่ต่ำกว่า 330,000 คน

 

 

กลับขึ้นด้านบน