ตร.ขยาย 30 วันรวบรวมสำนวนคดี "เอลิส" เสียชีวิตบนเกาะเต่าก่อนส่งให้อัยการ

ตร.ขยาย 30 วันรวบรวมสำนวนคดี "เอลิส" เสียชีวิตบนเกาะเต่าก่อนส่งให้อัยการ

ตร.ขยาย 30 วันรวบรวมสำนวนคดี "เอลิส" เสียชีวิตบนเกาะเต่าก่อนส่งให้อัยการ

รูปข่าว : ตร.ขยาย 30 วันรวบรวมสำนวนคดี "เอลิส" เสียชีวิตบนเกาะเต่าก่อนส่งให้อัยการ

ตำรวจเกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี เร่งหาเพื่อนชายชาวเยอรมันของ "เอลิส" นักท่องเที่ยวชาวเบลเยี่ยม ที่ผูกคอตัวเองเสียชีวิต เพื่อเชิญตัวมาสอบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต ขณะทีตำรวจ ขยายเวลารวบรวมสำนวนคดีอีก 30 วัน ไม่ตัดประเด็นฆาตกรรมทิ้ง

วันนี้(1 ก.ค.2560) ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของนักท่องเที่ยวเบลเยียม บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ล่าสุดพล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางลงพื้นที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ดูจุดเกิดเหตุ น.ส.เอลิส เดลมานจ์ ชาวเบลเยียม ผูกคอตัวเองเสียชีวิตใต้ต้นไม้ในป่าละเมาะ บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา พร้อมทั้งหาข้อมูลจากชาวบ้าน ในละแวกใกล้เคียง

พล.ต.ต.ชลิต บอกว่า ขณะได้กำชับตำรวจหาข้อมูลในเชิงคดีให้รอบด้าน และเร่งหาตัวชาวเยอรมันเพื่อนชายผู้เสียชีวิตให้พบ เพื่อเชิญตัวมาสอบปากคำ หาข้อมูลการเสียชีวิตนักท่องเที่ยวสาวชาวเบลเยี่ยม เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม และสื่อต่างประเทศ ส่วนเพื่อนชายคนนี้เชื่อว่ายังอยู่บนเกาะเต่า

 



นอกจากนี้ ยังได้ขยายเวลารวบรวมสำนวน ก่อนส่งให้อัยการออกไปอีก 30 วัน เพราะจะต้องหาหลักฐานที่เชื่อได้ว่า นักท่องเที่ยวผู้หญิงคนนี้ กระทำตัวเองเสียชีวิต แต่ก็ยังไม่ตัดประเด็นการฆาตกรรมทิ้ง ยังต้องตรวจสอบที่มาของเชือก ซึ่งผู้เสียชีวิตใช้ก่อเหตุ แม้ผลทางนิติวิทยาศาสตร์ระบุว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจด้วยการผูกคอ


ขณะที่นายสุนทร ศรีสังข์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะเต่า เข้ายื่นหนังสือต่อพล.ต.ต.ชลิต ให้ตรวจสอบสื่อออนไลน์สมุยไทม์ หลังนำเสนอข้อมูลเสียชีวิตนักท่องเที่ยวในลักษณะพาดพิง ส่งผลกระทบให้การท่องเที่ยวเกาะเต่าเสียหาย รวมทั้งให้ตรวจสอบแหล่งข่าวและแหล่งที่มาของข่าวด้วย ถึงความน่าเชื่อถือ

สำรวจห้องพัก-จุดพบศพ "เอลิส" บนเกาะเต่า


ทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้ลงพื้นที่สำรวจที่พัก ของนักท่องเที่ยวหญิงชาวเบลเยียม หลังจากเกิดเหตุเพลิงไหม้ จำนวน 4 ห้อง และห้องของนักท่องเที่ยวคนนี้เป็นต้นเพลิง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา และจากนั้นวันที่ 27 เม.ย. นักท่องเที่ยวหญิงคนนี้ ถูกพบเป็นศพในสภาพถูกเชือกแขวนคอไว้กับต้นไม้ ใกล้กับรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ่าวตะโหนด ห่างจากที่พักประมาณ 3 กิโลเมตร ส่งผลให้ เจ้าของบังกะโลได้รับผลกระทบ เพราะมีการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ว่าเธออาจเกี่ยวข้อง

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจน ทีมข่าว สำรวจจุดเพลิงไหม้และสภาพห้องที่มีความใกล้เคียง ว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัด วงจร หรือวางเพลิง ด้านในมีเพียงที่นอน และพื้นที่ว่างบางส่วน ขณะที่การใช้ไฟฟ้าที่นี่ ไม่ใช้เทียนหรือตะเกียง

 

 

เอลิส เดินทางเข้าพักที่บังกะโลแห่งนี้ ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย.จ่ายค่าที่พักล่วงหน้า 2 วัน คือ 19 -20 เม.ย.จำ นวน 800 บาท และเธอหายไปหลังจากเกิดเพลิงไหม้ ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย ก่อนที่พบเสียชีวิต 

วันนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยตำรวจชุดทำคดี สภ.เกาะเต่าเข้าตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม บริเวณจุดพบศพอีกครั้ง บริเวณที่พักแห่งหนึ่งในอ่าวตะโหนด ซึ่งต้องเดินเท้าขึ้นไปยาวประมาณ 300 เมตร เส้นทางนี้เป็นจุดชมวิว โขดหินบริเวณนี้ ที่ผู้เห็นเหตุการณ์อ้างว่า พบศพถูกแขวนคอ ในขณะที่ตัวเองกำลังเดินขึ้นมาสำรวจนักท่องเที่ยวเป็นประจำทุกวัน

วันที่ 21 เม.ย. ตำรวจพบหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด ผู้เสียชีวิตเข้ามาซื้อข้าวภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่ง สอบถามพนักงานพบว่า ผู้ตายเข้ามาซื้อข้าวจริงแต่ไม่มีเงินสด จึงใช้บัตรเครดิตซื้อตั่วโดยสารเรือ เดินทางไปจ.ชุมพร วันที่ 24 เม.ย. ด้วยสาเหตุเพื่อจะได้จ่ายค่าข้าวได้

ส่วนประเด็นที่มีผู้พบกระเป๋าของผู้เสียชีวิต ค้างภายในเรือโดยสาร ปลายทางจังหวัดชุมพร เราได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการเรือลำนั้นว่า น่าจะเกิดจากการลืมไว้ และมีการประกาศหาเจ้าของ วันที่ 19 เม.ย.ก่อนที่เธอเสียชีวิต


กลับขึ้นด้านบน