กม.ยาสูบฉบับใหม่ บังคับใช้ 4 ก.ค. ห้ามขายเด็กต่ำกว่า 20 - ห้ามวางโชว์ - ห้ามขายรายมวน

กม.ยาสูบฉบับใหม่ บังคับใช้ 4 ก.ค. ห้ามขายเด็กต่ำกว่า 20 - ห้ามวางโชว์ - ห้ามขายรายมวน

กม.ยาสูบฉบับใหม่ บังคับใช้ 4 ก.ค. ห้ามขายเด็กต่ำกว่า 20 - ห้ามวางโชว์ - ห้ามขายรายมวน

รูปข่าว : กม.ยาสูบฉบับใหม่ บังคับใช้ 4 ก.ค. ห้ามขายเด็กต่ำกว่า 20 - ห้ามวางโชว์ - ห้ามขายรายมวน

กฎหมายควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้วันพรุ่งนี้ ซึ่งต่อจากนี้ห้ามขายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี และห้ามให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายบุหรี่ ขณะที่สถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ หากพบผู้ฝ่าฝืนกระทำผิด เจ้าของสถานที่ผิดด้วย

วันนี้ (3 ก.ค.2560) ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อม นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ และนพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงข่าว พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้

สำหรับ พ.ร.บ. ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 มีมาตรการสำคัญที่ประชาชนต้องรับทราบเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ถูกต้อง ดังนี้

1.กำหนดห้ามขายหรือให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

2.ห้ามให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบ

3.ห้ามขายผลิตภัณฑ์ยาสูบใน 4 กลุ่ม สถานที่ ได้แก่ วัดหรือสถานที่ปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา สถานพยาบาลและร้านขายยา สถานศึกษาทุกระดับ สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก ซึ่งหากเจ้าของพื้นที่หรือผู้ดูแล ไม่แจ้งความเพื่อดำเนินคดีจะมีความผิดปรับ 3,000 บาท

4.กำหนดห้ามโฆษณาสื่อสารการตลาดผลิตภัณฑ์ยาสูบในทุกรูปแบบ อาทิ พริตตี้ส่งเสริมการขายในงานคอนเสิร์ต

5.ห้ามผู้ประกอบการธุรกิจผลิตภัณฑ์ยาสูบทำกิจกรรม CSR อุปถัมภ์สนับสนุนบุคคล หรือองค์กร ที่เป็นการสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ยาสูบ

6.ห้ามตั้งวางโชว์ผลิตภัณฑ์ยาสูบหรือซองบุหรี่ ณ จุดขายปลีก ที่ทำให้ผู้บริโภคหรือประชาชนมองเห็น

7.ห้ามแบ่งซองขายบุหรี่เป็นรายมวน

8.เพิ่มโทษผู้ฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ เป็นปรับไม่เกิน 5,000 บาท

9.กำหนดหน้าที่ให้เจ้าของสถานที่สาธารณะที่เป็นเขตปลอดบุหรี่ มีหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือน ดูแลให้ไม่มีการฝ่าฝืนสูบบุหรี่ในเขตปลอดบุหรี่ หากฝ่าฝืนไม่ดำเนินการ เจ้าของสถานที่มีโทษปรับไม่เกิน 3,000 บาท

นพ.ประกิต กล่าวว่า ปัจจุบันพบคนไทยเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่มากถึงปีละ 50,000คน และยังพบคนป่วยเพราะสูบบุหรี่แล้วถึง 1.5 ล้านคน แต่การบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการกวดขัน และการเอาจริงเอาจังของเจ้าหน้าที่

ส่วนกรณีผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า ขณะนี้มีการห้ามขายและนำเข้าอย่างเด็ดขาด เพื่อป้องกันเยาวชนเข้าสู่วงจรบุหรี่

 

กลับขึ้นด้านบน