ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y

รูปข่าว : ศูนย์วิจัยกสิกรฯ หนุน ธปท.คุมบัตรเครดิตลดก่อหนี้กลุ่ม Gen Y

หลังมีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมออกประกาศจำกัดเพดานวงเงินสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันทุกประเภท ซึ่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยเห็นด้วยมาตรการนี้ ซึ่งจะช่วยลดการก่อหนี้เเละทำให้เกิดวินัย รวมทั้งกู้ซื้อที่อยู่อาศัยเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าได้เพิ่มขึ้น

วันนี้ (11 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่มีข่าวว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เตรียมออกประกาศจำกัดเพดานวงเงินสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันทุกประเภท บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เห็นว่าจะช่วยให้ลดก่อหนี้ครัวเรือนที่มาจากบัตรเครดิต บัตรกดเงินสดลงได้ และจะทำให้การอนุมัติบัตรเครดิตต่างๆ ขยายตัวชะลอลง ไม่ร้อนแรงเกินไป โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือ Gen Y ที่ ธปท.เป็นห่วงการใช้จ่ายเกินตัวจนกลายเป็นหนี้เสีย และติดเครดิตบูโรตั้งแต่อายุยังน้อย

นายเชาว์ กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ เอ็นพีแอล นั้น คาดว่าเอ็นพีแอลจะสูงสุดในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ และจะเริ่มลดลงในไตรมาส 4 เนื่องจากแนวโน้มเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังดีขึ้น และปลายปีนี้จะเห็นแบงก์ต่างๆ ขายหนี้เอ็นพีแอลออกมามากขึ้น

รายงานข่าวระบุว่า ธปท. เตรียมออกประกาศกำหนดเกณฑ์ให้ธนาคารพาณิชย์ และบริษัทที่ดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยกำหนดรายได้ต่อเดือน 15,000-30,000 บาท ได้รับวงเงินบัตรเครดิตสูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ ส่วนผู้ที่มีรายได้เดือนละ 30,000-50,000บาท ได้รับวงเงินไม่เกิน 3 เท่าของรายได้ และรายได้ต่อเดือน 50,000บาท ขึ้นไป 5 เท่าของรายได้

สำหรับสินเชื่อบุคคลกำหนดเงื่อนไข ให้ผู้มีรายได้ต่อเดือนไม่เกิน 30,000 บาท วงเงินสินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 1.5 เท่าของรายได้ และสถาบันการเงินปล่อยกู้ได้สูงสุด 3 แห่ง

กลับขึ้นด้านบน