"พล.อ.บุญสร้าง" นัดหารือปฏิรูปตำรวจ คาดว่าเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 คณะ

"พล.อ.บุญสร้าง" นัดหารือปฏิรูปตำรวจ คาดว่าเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 คณะ

"พล.อ.บุญสร้าง" นัดหารือปฏิรูปตำรวจ คาดว่าเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 คณะ

รูปข่าว : "พล.อ.บุญสร้าง" นัดหารือปฏิรูปตำรวจ คาดว่าเตรียมตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 คณะ

วันนี้ (12 ก.ค.) พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เรียกประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นทางการ และเป็นที่คาดการณ์ว่าการประชุมนัดแรกนี้จะมีการพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีก 4 คณะ เพื่อรองรับงานเฉพาะด้าน

วันนี้ (12 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นทางการนัดแรกวันนี้ น่าจะเริ่มจาก 3 ข้อกำชับและสูตร 2 +3+4 จาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พร้อมกับการพิจารณาตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีก 4 คณะ เพื่อการขับเคลื่อนในแต่ละด้านในชัดเจน และน่าจะเป็นไปได้ที่จะร่วมกันกำหนดโมเดลการปฏิรูปตำรวจ

และที่มาของโมเดลที่คาดการณ์กันนั้น ก็น่าจะมาจากผลการศึกษาและรวบรวมเป็นรายงานสรุปไว้ ทั้งที่เป็นคณะกรรมการชุดต่างๆ ภายในประเทศแล้ว น่าจะเป็นไปได้ว่าจะหยิบยกผลการศึกษาจากต่างประเทศมาประกอบด้วย อย่างของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี สิงคโปร์ มาเลเซีย และออสเตรเลียก็มีการพูดคุยและคาดการณ์กันว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดเป็นโมเดล โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่จะเป็นต้นแบบปฏิรูปตำรวจของไทย

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ เปิดเผยว่า ไม่มีธงในการปฏิรูป จากรัฐบาลและ คสช. และแม้จะตั้งเป้าหมายที่จะขจัดปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง ให้เกิดเป็นรูปธรรมเรื่องแรก แต่ไม่ได้ส่งผลถึงการแต่งตั้งโยกย้ายประจำปี 2560 ในเดือนกันยายนนี้

พล.อ.บุญสร้าง กล่าวยืนยันถึงความตั้งใจในการปฏิรูปตำรวจอย่างจริงจัง ซึ่งในเวลา 9 เดือนนี้ จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะไม่ทำให้สังคมผิดหวัง ก่อนจะย้ำถึงความยากของการปฏิรูป คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นองค์กรใหญ่ ถ้าอยากให้ตรงนั้นเป็นแบบไหน ต้องคำนึงถึงส่วนประกอบที่เหลือด้วย ขณะที่ความง่ายของการปฏิรูป อยู่ที่กระแสเรียกร้องจากประชาชนมีเยอะ และมีกำลังใจส่งมาให้มาก

ทั้งนี้ แม้ข้อเสนอแรก เรื่องการเพิ่มกรรมการในสัดส่วนภาคประชาคม จะยังไม่เป็นผล แต่เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.) หรือในนาม POLICE WATCH นำโดยคุณสมศรี หาญอนันทสุข และนายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เข้ายื่นข้อเสนอเพิ่มเติม พร้อมมอบหนังสือโรดแมปปฏิรูปตำรวจ โดยอ้างอิงถึงการรวบรวมทุกข้อเสนอไว้ ก่อนกล่าวย้ำถึงข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูป 3 ประเด็น

ประกอบด้วย 1.ขอให้เร่งการดำเนินการตามมติ สปช.ในการโอนตำรวจ 9 หน่วยให้กระทรวง ทบวง กรมที่เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายไปรับผิดชอบ 2.แยกงานสอบสวนความผิดตามกฎหมายอาญาออกจากตำรวจ และ 3. กระจายอำนาจตำรวจในการตรวจป้องกันอาชญากรรมสู่จังหวัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปฏิรูปตำรวจ โดย พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ และคณะครั้งนี้มีข้อเน้นย้ำที่สอดรับกับข้อกำชับของนายกรัฐมนตรี นั่นคือการยึดหลักความเป็นสากล การให้ความสำคัญ กับหลักกระจายอำนาจ ด้วยเหตุนี้ จึงพอคาดการณ์ถึงแนวโน้มความเป็นไปได้ที่จะให้ตำรวจขึ้นตรงกับจังหวัด

จากการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากการมอบนโยบาย การปฏิรูปตำรวจ เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวย้ำถึง 3 ประเด็นหลักในการขับเคลื่อน-เดินหน้า คือต้นสังกัดและรูปแบบการกระจายอำนาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแยกอำนาจการสอบสวนควรอยู่ที่ตำรวจ หรือแยกออกจากตำรวจ และเกณฑ์การบริหารงานบุคคลที่เชื่อมโยงกับการแต่งตั้งโยกย้าย

รวมถึงข้อสังเกตที่ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะให้ไปขึ้นกับจังหวัดที่มีความพร้อม เพื่อการบูรณาการทั้งนโยบายและการสั่งการ โดยให้คณะกรรมการทั้ง 36 คนพิจารณาถึงผลดี ผลเสีย และความเหมาะสม อย่างรอบคอบ และก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรียังเคยเสนอแนวคิดให้ตำรวจขึ้นกับจังหวัดมาแล้ว แต่ให้เป็นไปตามคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สรุป โดยเฉพาะเรื่องสายการบังคับบัญชา และวิธีการปฏิบัติงาน

แนวคิดเรื่องการให้ตำรวจสังกัดจังหวัด ยังสอดคล้องกับข้อเสนอของเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ และกลุ่ม กปปส. โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แต่อาจสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง กับข้อเสนอของคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ เพื่อศึกษาแผนการปฏิรูปกิจการตำรวจ ในคณะกรรมการประสานงานระหว่าง สนช.และ สปท.ที่ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม และขึ้นตรงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ส่วนข้อเสนอให้แยกงานสอบสวน ออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ ทั้งที่ให้คงเดิมไว้ ให้แยกเป็นหน่วยงาอิสระ และที่เสนอให้ไปขึ้นตรงกับกระทรวงยุติธรรม แต่นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำไว้แล้วว่า ขอให้กรรมการปฏิรูปตำรวจเป็นผู้พิจารณา ถ้าคิดตามสูตรละก็ 2 เดือนนับจากนี้ คือช่วงเวลาของการศึกษาทุกข้อเสนอ

 

 

กลับขึ้นด้านบน