ประเดิมเวทีแรกกทม.แจงร่าง "สัญญาประชาคม" 17 ก.ค.นี้

ประเดิมเวทีแรกกทม.แจงร่าง "สัญญาประชาคม" 17 ก.ค.นี้

ประเดิมเวทีแรกกทม.แจงร่าง "สัญญาประชาคม" 17 ก.ค.นี้

รูปข่าว : ประเดิมเวทีแรกกทม.แจงร่าง "สัญญาประชาคม" 17 ก.ค.นี้

กอ.รมน. เตรียมเปิดเวทีสาธารณะชี้แจงร่างสัญญาประชาคม 4 เวที ประเดิมกทม.เวทีแรก 17 ก.ค.นี้ คณะกรรมการเตรียมการสร้างความสามัคคีปรองดอง ย้ำเป็นความพยายามร่วมกันของทุกฝ่าย ในการหาทางออกจากความขัดแย้ง

วันนี้(13ก.ค.2560) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเดินหน้าปฏิรูป เพื่ออนาคตของประเทศ ว่า ขอให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกฎหมาย เพื่อให้เท่าทันต่อสถานการณ์ และสอดคล้องกับหลักสากล แต่ยังคงอัตลักษณ์ของไทยไว้ พร้อมปฏิเสธเจตนาของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช.ที่จะใช้กฎหมายควบคุม หากแต่เป็นเครื่องมือในการอำนวยความสะดวก และผลักดันให้การปฏิรูปในทุกด้านสำเร็จและเป็นไปตามเป้าหมาย

ทั้งนี้ แม้จะมีการประกาศบังคับใช้กฎหมายแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศและกฎหมายการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติในเร็วๆ นี้ แต่นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ยังคงยืนยันว่า ป.ย.ป. ยังต้องทำหน้าที่ต่อไปจนถึงกลางปี 2561

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เชื่อว่า อีก 2 เดือนข้างหน้าจะแล้วเสร็จในภารกิจที่วางไว้ โดยจะตรากฎหมาย พ.ร.บ. ป่าชุมชน แก้ไข พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ และจัดตั้งระบบยุติธรรมชุมชน ก่อนจะสรุปว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ได้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินป่า

ส่วนข้อสรุปในที่ประชุมและเตรียมเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ย.ป.วันที่ 24 ก.ค.นี้ เพื่อเดินหน้าขับเคลื่อน นอกจากการปฏิรูปกฎหมาย ผ่าน 37 วาระเร่งด่วนใน 11 ด้านการปฏิรูปที่รัฐ ธรรมนูญกำหนดแล้ว ยังเร่งปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งมีคณะกรรมการเฉพาะที่ออกมาอีก 2 คณะ ให้เกิดรูปธรรมระดับหนึ่ง

ขณะเดียวกันก็ต้องผลักดันการปฏิรูประบบราชการ ที่แบ่งเป็น 7 วาระสำคัญ คือ การปฏิรูปกฎหมาย การปฏิรูประบบตัวชี้วัดของภาครัฐทั้งหมด การปฏิรูปการทำงาน การปฏิรูปสรรพกำลังภาครัฐ การปฏิรูปงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ การปรับเปลี่ยนข้าราชการสู่ระบบดิจิทัล และสุดท้าย การยกระดับการบริการให้ประชาชน ผ่านพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวก

เปิด 4 เวทีชี้แจงร่างสัญญาประชาคม

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ บอกว่า ความคืบหน้าในกระบวนการสร้างความสามัคคีปรองดองขณะนี้ ได้จัดทำร่างสัญญาประชาคมเสร็จแล้ว และมีกำหนดการเปิดเวทีสาธารณะ 4 เวที เพื่อชี้แจงและสร้างการรับรู้ ทำความเข้าใจกับประชาชน โดยวันที่ 17 ก.ค.นี้จะมีเวทีแรกที่กรุงเทพมหานคร จัดที่สโมสรกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 ก่อนจะเปิดอีก 3 เวทีที่จ.นครราชสีมา พิษณุโลก และนครศรีธรรมราช

โดยเชื่อมั่นว่าการชี้แจง สร้างการรับรู้และความเข้าใจกับประชาชน จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความเชื่อมั่นและไว้ใจกันของสังคม ที่จะพัฒนาไปสู่การมีส่วนร่วมและความร่วมมือร่วมใจกันอย่างเป็นรูปธรรม ในการนำพาประเทศก้าวข้ามปัญหาและอุปสรรค เพื่อไปสู่จุดหมายร่วมกัน คือ การอยู่ร่วมกันอย่างสงบและสันติสุข ด้วยบรรยากาศของการปรองดองสามัคคีกัน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน