กรมบัญชีกลางคาดว่าแจกบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยกันยายนนี้

กรมบัญชีกลางคาดว่าแจกบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยกันยายนนี้

กรมบัญชีกลางคาดว่าแจกบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยกันยายนนี้

รูปข่าว : กรมบัญชีกลางคาดว่าแจกบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยกันยายนนี้

กรมบัญชีกลางเผยอยู่ระหว่างจัดทำบัตรประจำตัวผู้มีรายได้น้อย 13 ล้านใบ อายุการใช้งาน 5 ปี เตรียมส่งรายชื่อให้ธนาคารกรุงไทยภายในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ พร้อมยืนยันจะแจกบัตรผู้มีรายได้น้อยให้ใช้สิทธิ์ได้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2560

วันนี้ (14 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมบัญชีกลางอยู่ระหว่างจัดทำบัตรประจำตัวผู้มีรายได้น้อย เพื่อมอบให้กับผู้มีรายได้น้อยที่มีคุณสมบัติผ่านประกาศ ซึ่งด้านหน้าบัตรจะเป็นรูปแบบเดียวกับรูปในบัตรประจำตัวประชาชน คือมีรูปถ่าย เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด เลขบัตร โลโก้ของหน่วยงานรัฐ ในบัตรมีชิปการ์ดอยู่ 2 ส่วน พร้อมแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตร โดยชิปการ์ดส่วนแรกจะใส่ข้อมูลและวงเงินของการได้รับสิทธิ์สวัสดิการของรัฐ เช่น ค่าแก๊ส-ค่าไฟฟ้า ค่าขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยงกับบัตรแมงมุมของกระทรวงคมนาคม รวมถึงค่าใช้จ่ายสำรหรับซื้อสินค้าธงฟ้า ส่วนอีก 1 ชิปการ์ด จะเป็นกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (อีวอลเลท) ที่ประชาชนสามารถเติมเงินไว้ใช้เพิ่มเติมได้ และในอนาคตอาจมีเงินสวัสดิการต่างๆ เข้าไปให้โดยบัตรนี้จะมีอายุการใช้งานนาน 5 ปี

น.ส.อรนุช ไวนุสิทธิ์ โฆษกกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางเตรียมส่งรายชื่อให้ธนาคารกรุงไทยภายในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ เพื่อจัดทำบัตรก่อนที่จะแจกในเดือนกันยายนนี้ เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยใช้สิทธิ์ได้ทันภายในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 คาดการณ์ว่าจะมีผู้ที่ได้รับสิทธิ์น้อยกว่า 13 ล้านคน จากเดิม 14 ล้านคน และเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาการสวมสิทธิ์ใช้บัตรผู้มีรายได้น้อย กรมบัญชีกลางจะออกระเบียบการใช้บัตรที่ชัดเจน โดยหากทำบัตรหายจะต้องไปแจ้งความ เพื่อออกบัตรใหม่ แต่หากตรวจสอบแล้วพบว่าให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์แทนโดยสมัครใจจะถูกยึดบัตรและยกเลิกการใช้สิทธิ์ทันที

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังพร้อมให้สวัสดิการกับผู้มีรายได้น้อยตามที่กำหนดไว้วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เริ่มในปีงบประมาณ 2561 โดยขณะนี้ได้รับเงินจากสำนักงบประมาณ 46,000 ล้านบาท มาใช้ในกองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก หรือกองทุนผู้มีรายได้น้อย เรียบร้อยแล้ว จากที่ขอไปทั้งหมด 50,000 ล้านบาท ที่ยังไม่ครบอาจเป็นเพราะสำนักงบประมาณมีเงินไม่พอ เเต่น่าจะจัดสรรมาให้ครบในอนาคต

 

กลับขึ้นด้านบน