ทีมชาติไทย ถล่ม เกาหลีเหนือ 3-0 ลุ้นป้องกันแชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ

ทีมชาติไทย ถล่ม เกาหลีเหนือ 3-0 ลุ้นป้องกันแชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ

ทีมชาติไทย ถล่ม เกาหลีเหนือ 3-0 ลุ้นป้องกันแชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ

ทีมชาติไทย ประเดิมชัยชนะนัดแรกในยุคเฮดโค้ช มิโลวาน ราเยวัช ได้สำเร็จ หลังถล่มเอาชนะ เกาหลีเหนือ 3-0 ผ่านเข้าไปป้องกันแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45

รูปข่าว : ทีมชาติไทย ถล่ม เกาหลีเหนือ 3-0 ลุ้นป้องกันแชมป์ฟุตบอลคิงส์คัพ

เมื่อวานนี้ (14 ก.ค.2560) การแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 45 นัดแรก ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย แชมป์เก่า และแชมป์รายการนี้ 14 สมัย พบกับ ทีมชาติเกาหลีเหนือ มิโลวาน ราเยวัช ยังคงเน้นระบบการเล่นที่คุ้นเคย 4-2-3-1 โดยความน่าสนใจ คือการปรับให้ ธีราทร บุญมาทัน ขยับขึ้นมายืนเป็นปีกซ้าย โดยมี มงคล ทศไกร ยืนปีกขวา และให้ อดิศักดิ์ ไกรษร เป็นกองหน้าตัวเป้า เกมนี้กว่าจะมีประตูแรกต้องรอจนกระทั่งนาที 40 และเป็นทีมชาติไทยที่ออกนำก่อน 1-0 จากการยิงของ มงคล ทศไกร และจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งหลัง นาที 78 ทีมชาติไทยมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากการยิงของ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ จากนั้นในช่วงท้ายเกมส์ทีมชาติไทย มาได้จุดโทษ และเป็น "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย ที่ลงมาเป็นตัวสำรองรับหน้าที่ยิงเข้าไปไม่พลาด จบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ เกาหลีเหนือ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ทีมชาติเบลารุส ที่เอาชนะจุดโทษ บูร์กิน่าฟาโซ 3-0 หลังเสมอกันในเวลา 0-0

หลังเกมส์ ราเยวัช ออกมายอมรับว่า เกาหลีเหนือเป็นทีมที่แข็งแกร่งและเอาชนะได้ยาก แต่ลูกทีมทุกคนก็แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมเวิร์คสามารถเอาชนะได้ ซึ่งหลังจากนี้สิ่งสำคัญคือการเร่งฟื้นฟูสภาพร่างกายของลูกทีมให้กลับมาฟิตพร้อมเจอเบลารุสในรอบชิงชนะเลิศ และแม้การเจอกับทีมยุโรปจะเป็นงานยาก แต่ตนได้ศึกษาแผนการเล่นมาเป็นอย่างดี และมั่นใจจะเอาชนะและป้องกันแชมป์คิงส์คัพได้

สำหรับรอบชิงชนะเลิศ จะมีขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ทีมชาติไทย จะพบกับทีมชาติเบลารุส เวลา 19.30 น. ส่วนคู่ชิงอันดับ 3 ทีมชาติเกาหลีเหนือ พบกับ ทีมชาติบูร์กิน่าฟาโซ เตะในเวลา 16.30 น.

กลับขึ้นด้านบน