จนท.เร่งรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ “ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว 8 ศพ”

จนท.เร่งรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ “ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว 8 ศพ”

จนท.เร่งรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ “ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว 8 ศพ”

รูปข่าว : จนท.เร่งรวบรวมหลักฐาน ขออนุมัติศาลออกหมายจับ “ผู้ต้องหาฆ่ายกครัว 8 ศพ”

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวน และเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาคดีฆ่ายกครัว 8 ศพ โดยคาดว่าจะขออนุมัติจากศาลได้ไม่เกินวันที่ 20 กรกฎาคมนี้ ก่อนที่จะครบกำหนดควบคุม 7 วันตามคำสั่งของ คสช.

วันนี้ (18 ก.ค.2560) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาสัญญาบัตร 10 ประชุมตำรวจชุดคลี่คลาย คดีฆ่านายวรยุทธ สังหลัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เสียชีวิตพร้อมครอบครัวจำนวน 8 ศพ เพื่อหาหลักฐานคดีนี้เพิ่มเติม แม้ตำรวจจับนายซูรีฟัด บ้านนพวงศ์ หรือ บังฟัด พร้อมพวกอีก 8 คน ที่ร่วมกันฆ่าครอบครัวผู้ใหญ่บ้านแล้วก็ตาม

พล.ต.อ.สุชาติ เปิดเผยว่า การหาหลักฐานเพิ่มเติมครั้งนี้ เพื่อนำไปยื่นศาลขออนุมัติหมายจับนายนายซูรีฟัด พร้อมพวก หลังอำนาจ คสช.ที่เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมผู้ต้องหาคดีนี้ มีอำนาจควบคุมตัวได้เพียง 7 วัน ส่วนการสอบปากคำ ผู้ที่ร่วมก่อเหตุซูรีฟัด ทุกคนให้การตรงกันว่าถูกหลอก หลังนายซูรีฟัด อ้างว่าให้ช่วยเดินทางมาควบคุมตัวผู้ใหญ่บ้านเพื่อทวงหนี้สินเท่านั้น เมื่อเสร็จงานจะให้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาท โดยไม่คาดคิดนายซูรีฟัดจะฆ่ายกครัว

 

 

ด้าน พล.ต.อ.สุเทพ เดชรักษา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าชุดสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องสงสัยที่ร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมทั้งหมด อยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ทหารตาม ม.44 ส่วนของการรวบรวบพยานหลักฐานมีความคืบหน้าเกินร้อยละ 80 แล้ว และมั่นใจว่าไม่เกินวันพรุ่งนี้ (19 ก.ค.) จะสามารถขออำนาจศาลจังหวัดกระบี่ ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ พร้อมระบุว่า ได้กำชับให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปตรวจค้นสถานที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้พยานหลักฐานครอบคลุมครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด ตลอดจนขยายผลว่ามีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนขณะนี้พยานหลักฐานยังไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการนักการเมืองท้องถิ่น

ส่วนปมขัดแย้งเรื่องการจำนองที่ดินระหว่างนายวรยุทธกับบังฟัต พล.ต.ต.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า เริ่มจากปี 2552-2554 ที่นายวรยุทธนำที่ดินของพ่อตามาจำนองหลายครั้ง รวมเป็นเงินล้านกว่าบาท ต่อมานายวรยุทธนำเงินไปไถ่ถอน ปรากกฎว่าบังฟัตไม่ยอมคืนโฉนดให้ จึงเกิดความขัดแย้งจนถึงขั้นนายวรยุทธขู่จะยิงบังฟัต

นอกจากนี้ บังฟัตยังให้การว่า เมื่อปี 2556 ขณะขับรถสวนกันที่อ่าวลึก เคยถูกนายวรยุทธยิงปืนใส่มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่ได้แจ้งความหรือลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งกรณีนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดด้วย และจนถึงขณะนี้สามารถควบคุมตัวมาได้แล้วรวม 9 คน แบ่งเป็นชุดปฏิบัติการที่เข้าไปก่อเหตุเป็นชาย 7 คน ส่วนหญิง 1 คน เป็นเมียของบังฟัตคอยสนับสนุนซื้ออาหาร น้ำดื่ม และชุดลายพรางให้ผู้ก่อเหตุ กับอีกคนเป็นชายเจ้าของรถโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ ที่คนร้ายใช้ในคืนก่อเหตุที่ถูกรวบตัวมาด้วย โดยทั้ง 2 คน ชุดสอบสวนกำลังพิจารณาอยู่ว่าจะแจ้งข้อหาใครเพิ่ม

ส่วนที่ต้องแจ้งข้อหาแน่นอนแล้วคือ ผู้ก่อเหตุทั้ง 7 คน ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธปืน ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยทำร้ายจิตใจผู้อื่น แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหาร นอกจากนี้ ยังมีข้อหาอื่นๆ ที่เป็นส่วนย่อยจะต้องแจ้งกับผู้ต้องหาบางรายด้วย

 

 

ด้านนายยูโซบ พริกดำ พ่อของนายสุทธิพงศ์ พริกดำ หนึ่งในผู้เสียชีวิตเ ป็นสามีของนางอัญชลี น้องเมียนายวรยุทธ และเป็นพ่อของเด็กหญิง 2 คนที่รอดชีวิต กล่าวว่า หลังทราบว่าผู้ก่อเหตุคือบังฟัตทำให้ตนแทบช็อก เนื่องจากรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี บ้านอยู่ห่างกันแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ลูกชายตนเป็นนักกีฬาฟุตบอล โดยบังฟัตก็ให้การสนับสนุนอยู่ตามข้างสนามตอนแข่งฟุตบอลของ อบต.

นอกจากนี้ยังเป็นญาติกับแม่ของบังฟัตด้วย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าจะทำได้ลงคอ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่ามีนายทุนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้หรือไม่ เพราะมีชาวบ้านนำที่ดินไปจำนองไว้จำนวนมากมูลค่านับสิบล้านบาท

ส่วนอาการของลูกสะใภ้ปลอดภัยแล้ว เช่นเดียวกับหลานสาวทั้ง 2 คน วิ่งเล่นได้แล้ว แต่ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์และมีตำรวจเฝ้าดูแลความปลอดภัย

 

กลับขึ้นด้านบน