"ตาลัส" ช่วยเติมน้ำในเขื่อนใหญ่ - 7 จังหวัดท่วมขังพท.เกษตร

"ตาลัส" ช่วยเติมน้ำในเขื่อนใหญ่ - 7 จังหวัดท่วมขังพท.เกษตร

"ตาลัส" ช่วยเติมน้ำในเขื่อนใหญ่ - 7 จังหวัดท่วมขังพท.เกษตร

รูปข่าว : "ตาลัส" ช่วยเติมน้ำในเขื่อนใหญ่ - 7 จังหวัดท่วมขังพท.เกษตร

กรมชลประทาน ระบุอิทธิพลของพายุตาลัส ส่งผลดีต่อการเติมน้ำในเขื่อนใหญ่วันเดียว (18 ก.ค.) มากกว่า 104 ล้านลบ.ม. แต่ให้จับตาฝนที่ตกลงมาในช่วง 2 วันนี้ และเฝ้าระวังพื้นที่ท้ายน้ำที่อาจจะได้รับผลกระทบซ้ำ ภาพรวมยังมี 7 จังหวัดน้ำท่วมพื้นที่เกษตร

วันนี้(19 ก.ค. 2560) กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า วันนี้ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทย ลักษณะเช่นนนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกยังคงมีฝนตกและมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ด้านนายสุชาติ เรืองศรี ผู้อำนวยการสำนักชลประทาน 12 กรมชลประทาน ระบุว่าปริมาณฝนที่ตกส่วนใหญ่ จากอิทธิพลของพายุตาลัส ที่อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ ไหลเข้าสู่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล และแควน้อยบำรุงแดน โดยมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างรวมกัน 104 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิตติ์ มีน้ำไหลเข้าอ่างรวมกัน 66.28 ล้านลูกบาศก์เมตร 

ส่วนการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจังหวัดชัยนาท เมื่อวานนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ท้ายน้ำ ทุ่งเสนา ผักไห่ บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา สูงขึ้น 20 เซนติเมตร แต่ถ้าวันนี้ไม่มีฝนตกลงมามาก สถานการณ์น่าจะคลี่คลาย ระดับน้ำจะลดลง

สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลัก ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ขณะนี้มีปริมาณน้ำรวมกัน 11,523 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯ มากกว่าปี 2559 และยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า13,300 ล้านลูกบาศก์เมตร 

 

 

ฝนตกหนัก ต้นไม้หักโค่นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ด้านนายบัณฑิต ฉิมชาติ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติศรีน่าน บอกว่า รายงาน หลังจากพายุโซนร้อนลาตัส พัดผ่านเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ จ. น่าน ทำให้ต้นไม้หักโค่น บริเวณทางลงแหล่งท่องเที่ยวผาชู้ ส่วนถนนที่จะเดินทางเพื่อเข้าไปสำรวจพื้นที่อุทยานก็ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ เนื่องจากถนนลื่น อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุแก่เจ้าหน้าที่ได้ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นไม้บริเวณจุดท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งอาจหักโค่นลงมาได้ตลอดเวลา

 

7 จังหวัดยังมีน้ำท่วมขังพื้นที่การเกษตร

 

ศูนย์ประมวลและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานว่าจนถึงวานนี้(18 ก.ค.) ยังน้ำท่วมในบางพื้นที่ของ 7 จังหวัด คือ จ.ลพบุรี พื้นที่ลุ่มต่ำฝั่งซ้ายคลองชัยนาท-ป่าสัก อ.บ้านหมี่  ประมาณ 3,000 ไร่  จ.สระบุรี มีน้ำท่วมขังพื้นที่หมู่ 4 ต.บางโขมด อ.บ้านหมอ มีชาวบ้านได้รับผลกระทบประมาณ 270 ครัวเรือน จ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ลุ่มต่ำทางการเกษตรริมคลองใบบัว ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา พื้นที่ประมาณ 300–400 ไร่ ต.ภูเขาทอง อ.พระนครศรีอยุธยา พื้นที่ประมาณ 1,500 ไร่และอ.บางบาล พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่

จ.สกลนคร น้ำไหลท่วมพื้นที่การเกษตร 1,100 ไร่ บริเวณบ้านลาดคอ ต. ด่านม่วงคํา อ.โคกศรีสุวรรณ กําลังเร่งระบายน้ําจากบริเวณท่วมขังลงลุ่มน้ำก่ำ จ.สิงหห์บุรี พื้นที่ลุ่มต่ำทุ่งเชียงราก อ.อินทร์บุรี จ.ชัยนาท พื้นที่ลุ่มต่ำ ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา  และจ.นครสวรรค์ พื้นที่คลองชัยนาท-ป่าสัก อ.ตาคลี พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่

 

 

กลับขึ้นด้านบน