"เฮลซิงกิ" เมือง 3 มิติแห่งแรกของโลก

"เฮลซิงกิ" เมือง 3 มิติแห่งแรกของโลก

"เฮลซิงกิ" เมือง 3 มิติแห่งแรกของโลก

รูปข่าว : "เฮลซิงกิ" เมือง 3 มิติแห่งแรกของโลก

กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ สร้างเมือง 3 มิติแห่งแรกของโลก เพื่อใช้ในการพัฒนาเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อวานนี้ (19 ก.ค.2560) กรุงเฮลซิงกิ ประเทศฟินแลนด์ แม้ว่าจะมีสถานะเป็นเมืองหลวง แต่เป็นเมืองหลวงขนาดเล็ก และเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามที่มีการผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก ดังนั้น การพัฒนาหรือการวางผังเมืองจะต้องเป็นไปอย่างรอบคอบและคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง และนี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ทางการเฮลซิงกิ พัฒนาเมือง 3 มิติขึ้นมา โดยสามารถใช้งานได้หลากหลายประเภท นับตั้งแต่ช่วยเรื่องการวางผังเมือง การจำลองสิ่งปลูกสร้าง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพเสมือนจริงก่อนตัดสินใจเริ่มโครงการก่อสร้าง กรุงเฮลซิงกิ ระบุว่าที่นี่เป็นแห่งแรกของโลกที่พัฒนาเมือง 3 มิติขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้การพัฒนาเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพ 3 มิติของกรุงเฮลซิงกิ เป็นผลงานการพัฒนาร่วมกันระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี, นักสร้างโมเดล ซึ่งมีสัดส่วนเหมือนของจริง และยังมีข้อมูลของตัวอาคารที่ครบถ้วน เช่น มีประตู หน้าต่างกี่บาน และแต่ละด้านของอาคารมีหน้าต่างกี่บาน เมือง 3 มิติที่สร้างขึ้นมาครอบคลุมมากกว่า 400 ตารางกิโลเมตร เมื่อเทียบกับพื้นที่จริง ถือเป็นโมเดล 3 มิติที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

เฮคกิ แมนตี้มากิ เจ้าหน้าที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมกรุงเฮลซิงกิ บอกว่า โครงการนี้จะทำให้กรุงเฮลซิงกิเป็นเมืองแห่งอนาคตอย่างแท้จริง ผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเราต้องการให้กรุงเฮลซิงกิ เป็นเมืองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลแห่งอนาคต และนี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเราสามารถใช้แหล่งข้อมูลที่แตกต่างได้อย่างสร้างสรรค์ และนี่เป็นหนึ่งในโอกาสที่จะสร้างวิธีแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ที่ลาด สำหรับทุกๆ คน ซึ่งสามารถใช้โปรแกรมนี้ได้

โปรแกรมนี้จะถูกนำมาใช้ในการวางแผนติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องส่งคนไปวัดพื้นที่จริงว่ามีขนาดเท่าไหร่ เพียงแค่ใช้โปรแกรม 3 มิติ ก็สามารถคำนวณพื้นที่ที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ได้อย่างแม่นยำ

นอกจากนี้ ในกรณีที่ทางการมีแผนจะก่อสร้างอาคารในชุมชน ก็สามารถสร้างแบบจำลอง 3 มิติ เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพว่าเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ทัศนียภาพจะเป็นอย่างไร จากนั้นประชาชนจะได้ร่วมกันแสดงความเห็นต่อโครงการก่อสร้างดังกล่าว ว่าต้องการปรับปรุงหรือแก้ไขจุดใดหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่าโปรแกรมนี้จะช่วยให้การวางผังเมืองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

เฮคกิ แมนตี้มากิ กล่าวว่า เราประเมินว่าภายในปี 2050 เฮลซิงกิจะมีประชากรเพิ่มขึ้นมาอีก 250,000 คน นั่นหมายความว่าเราจำเป็นต้องมีการก่อสร้างมากขึ้น ตัวเมืองจะหนาแน่นมากขึ้น และนั่นหมายความว่าจะมีประชากรที่หลากหลาย ซึ่งประชากรเหล่านี้จะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ซึ่งเทคโนโลยี 3 มิติจะทำให้การนำเสนอง่ายขึ้น

ไม่เพียงแต่ภาครัฐเท่านั้น ภาคเอกชนอย่างอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หรือการจัดกิจกรรมต่างๆ ก็สามารถคำนวณได้ล่วงหน้า เช่น การจัดคอนเสิร์ตที่ต้องมีเสียงดัง ผู้จัดงานก็สามารถคำนวณได้ว่าจะต้องจัดเวทีห่างจากชุมชนเท่าไหร่ เพื่อไม่ให้เสียงไปรบกวนชุมชน หรือแม้แต่ใช้ในการวางแผนกู้ภัยก็สามารถทำได้ สิ่งที่น่าชื่นชม คือทางการยินยอมให้ประชาชนเข้าถึงโปรแกรม 3 มิติ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน